Odyssey: คอนโซล analogue ตัวใหม่จาก SSL ที่ recall ได้ทุกส่วน
SSL เปิดตัว Odyssey มิกเซอร์คอนโซลขนาดใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยี ActiveAnalogue™ ให้เสียง analogue เต็มรูปแบบพร้อม Instant Recall ทั้งคอนโซล เลือกได้ตั้งแต่ 24 ถึง 96 Channel

Josh Block เป็นทั้ง Producer, Sound Engineer, Mixer, มือกลอง และเจ้าของสตูดิโอ เขาโตมาในบ้านที่เล่นดนตรีกัน เริ่มจากเรียนสาย jazz percussion แล้วขยับมาอัดเสียงให้วงของตัวเองอย่าง White Denim ก่อนจะมาเปิด Niles City Sound ที่ Fort Worth ห้องที่อยู่เบื้องหลังงานของ Leon Bridges และ CAAMP
หลังจากทำสตูดิโอขนาดใหญ่ที่ Fort Worth เขาย้ายมา Los Angeles แล้วทำระบบอัดแบบเคลื่อนที่ที่รื้อเก็บและขนไปอัดที่ไหนก็ได้ภายในวันเดียว ทั้งแร็ค channel และ mic locker ต้องพร้อมเดินทางตลอด ต่อมาเขาลงหลักที่ Altadena และเริ่มวางระบบแบบเดิมขึ้นมาใหม่ แต่บ้านและสตูดิโอถูกไฟไหม้ไปทั้งหมด การสร้างใหม่รอบล่าสุดจึงพาเขามาที่ Downtown LA กับพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่น ความสบายในการทำงาน และการได้ยินที่ชัดเจน
ห้องปัจจุบันมีห้อง Mastering และ Mixing ที่ทำกันเองแบบ DIY, isolation booth, ห้องแต่งเพลงที่เชื่อมถึงกันซึ่ง Charley Damski ใช้อยู่ และห้องอัดฝั่งตรงข้ามที่ Daniel McNeil ดูแล ทั้งหมดยังคงวิธีคิดแบบลงมือทำเองที่ติดตัวเขามาตั้งแต่ต้น แต่รอบนี้ให้น้ำหนักกับ playback และ workflow มากขึ้น

ถึงเซสชันแต่งเพลงและโปรดักชันสมัยใหม่แบบหนึ่งถึงสองวันจะเป็นส่วนหนึ่งของงานเขา แต่งานที่เข้าถึงคนฟังได้ลึกที่สุดมักเป็นงานที่เล่นกันเป็นวง หรืออย่างที่เขาเรียกสั้น ๆ ว่า "คนเล่นเครื่องดนตรี" ตอนนี้เขาทำงานกับ Divorce, Braden Lam, Charley Damski และ Chrissy Brennan ศิลปินจาก LA โดยเครื่องที่เขาชอบอัดและมิกซ์ที่สุดยังเป็น acoustic guitar เปียโน กีตาร์ และกลอง
Block บอกว่าเขาเลิกกลัวช่วงที่งานเจอปัญหาไปแล้ว งานที่ออกมามีชีวิตและอยู่ได้นาน หลายครั้งมาจากสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงอยู่ด้วย เช่น เครื่องเทปที่ bias ไม่ลง เวลาทำอัลบั้มทั้งชุดที่มีแค่สี่วันตั้งแต่เซ็ตอัพจนรื้อ หรือฮาร์ดดิสก์พังจนเหลือแค่ rough mix ให้ใช้ เขามองว่านั่นคือแรงกดดันที่ดันงานไปอยู่ในจุดที่คนจำได้มากกว่าเดิม และหลายงานในกลุ่มนี้ก็กลายเป็นเพลงที่แฟน ๆ ชอบที่สุดของศิลปิน
จุดเริ่มต้นคือตอนที่ Block เริ่มสงสัยว่าการแปลงสัญญาณ A/D และ D/A ในระบบของเขากำลังขวางงานอยู่หรือเปล่า เขาได้ลองฟัง ADA-8XR เป็นครั้งแรกแล้วติดใจทันที จากนั้นก็ค่อย ๆ สร้างสตูดิโอขึ้นมารอบ ๆ conversion ที่ดีขึ้นเท่าที่จะทำได้ จนมาจบที่ DREAM-ADA รุ่นเรือธงของ Prism Sound ตัวที่เขาเรียกว่า "บอสตัวสุดท้าย"
ในระบบปัจจุบัน DREAM-ADA เป็นอุปกรณ์หลักที่แก้เรื่องที่กวนใจเขามาตลอดใน workflow แบบสมัยใหม่ที่มีงานหลายรูปแบบ นั่นคือการต้องมานั่งคิดว่า conversion ที่ใช้อยู่เหมาะกับงาน tracking, mixing, playback, headphone feed, hardware insert หรือ mastering หรือเปล่า
สิ่งที่ผมต้องการคือการไม่ต้องมานั่งคิดว่าตอนนี้ผมอยู่ในขั้นตอนไหนของงาน และมันเกี่ยวกับ A to D หรือ D to A ของผมยังไง
A/D คือทุกอย่างสำหรับผม ผมอัดผ่านมันอยู่แล้ว แต่ฝั่ง D/A ก็สำคัญไม่แพ้กัน
Josh Block, Producer / Sound Engineer / Studio Owner
Block ยังกระจายงาน mixing ออกไป 24 Channel ผ่านชุด Spectra Sonics ที่ Jim Vollentine เพื่อนของเขาสั่งทำขึ้นมาเฉพาะ คุณภาพของ conversion ขาออกจาก DAW จึงเป็นส่วนสำคัญของการทำงาน เขาชอบเปิด mix bus ทิ้งไว้ตลอดโปรดักชัน ทำให้การมอนิเตอร์ hardware insert ที่เชื่อถือได้กลายเป็นเรื่องจำเป็น การมอนิเตอร์แบบ zero-latency ระหว่างเซสชันโดยที่ยังคง hardware insert คาไว้บน master bus ได้ คือวิธีทำงานที่เขาถนัด

ความเชื่อมั่นแบบเดียวกันนี้ต้องมีในฝั่ง headphone monitoring ด้วย ตั้งแต่ระบบ mastering ของเขาไปจนถึง cue mix ของศิลปิน และเมื่องาน mastering เข้ามามากขึ้นโดยมาที่ sample rate ต่างกัน ความสามารถของ DREAM-ADA ที่รองรับหลาย clock ในระบบเดียวจึงมีค่ามาก สำหรับเขา การส่งออกและรับกลับโดยที่แต่ละส่วนตั้ง clock คนละแบบอยู่ในเครื่องเดียว คือ "ฝันที่เป็นจริงแบบตรงตัว"


ความยืดหยุ่นตรงนี้สะท้อนสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับอาชีพ Sound Engineer พอดี เมื่อขั้นตอนต่าง ๆ ของโปรดักชันถูกรวบมาอยู่ที่คนเดียวมากขึ้น การปรับตัวก็เป็นเรื่องที่ต้องทำตลอด Block ยังให้ค่ากับการทำงานร่วมกับคนอื่น ทั้ง Mastering Engineer, Mixer และนักดนตรี
เมื่อก่อนพอมีงานที่ขอให้ทำอะไรที่เกินจากระบบเดิม ผมก็จะคิดว่าสงสัยต้องหาเครื่องอีกตัวมาทำแล้ว ADA ทำให้ผมไม่ต้องคิดแบบนั้นอีก ส่งเสียงออกไปแล้วรับกลับเข้ามาได้ในเครื่องเดียวมันดีมาก มันควรจะมีแบบนี้ตั้งนานแล้ว
Josh Block
เมื่อมองย้อนกลับไป Block บอกว่าวิธีคิดเรื่องเสียงของเขาตอบสนองกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ามากขึ้น เปิดกว้างขึ้น และไม่ค่อยสนใจว่าตัวเองจะถูกจัดอยู่ในหมวดอาชีพไหน งานมาก่อน และการอยู่แบบยืดหยุ่นทำให้เขาไม่พลาดสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในห้อง ในแง่ของเสียงคือการพร้อมรับเสียงที่ศิลปินสร้างออกมา แล้วตอบกลับไปในทางที่หนุนทิศทางของเพลง บางครั้งการขยับเล็ก ๆ ในจังหวะที่ถูก ก็ให้ผลใหญ่กว่าที่คิด
เมื่อ DREAM-ADA อยู่ตรงกลางของ workflow นี้ Block ก็มีระบบที่ขยับไปมาระหว่าง tracking, mixing, mastering และ playback ได้โดยไม่ต้องตั้งคำถามกับ conversion อีก และสำหรับคนที่งานขึ้นอยู่กับการอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ความมั่นใจตรงนี้มีความหมายมาก
Prism Sound Dream ADA-128 mainframe 2U รองรับได้สูงสุด 128 Channel เลือกโมดูล Line In / Line Out / Mic-Line / AES3 / MADI / Pro Tools HDX / Dante ได้ตามการใช้งาน
ขอบคุณข้อมูลจาก: https://www.prismsound.io/news/josh-block-on-rebuilding-recording-and-the-prism-sound-dream-ada/
SSL เปิดตัว Odyssey มิกเซอร์คอนโซลขนาดใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยี ActiveAnalogue™ ให้เสียง analogue เต็มรูปแบบพร้อม Instant Recall ทั้งคอนโซล เลือกได้ตั้งแต่ 24 ถึง 96 Channel
Stella Mozgawa มือกลอง Producer และ Remixer สมาชิกวง Warpaint เล่าถึงการใช้ SSL BiG SiX ในห้องทำงานที่บ้าน ตั้งแต่ปรีไมค์ SuperAnalogue กับการอัดกลอง การเล่นกลองสดทับดนตรี electronic ไปจนถึง G-Series Bus Compressor และ converter ในตัว
Kingsize Soundlabs ลอสแอนเจลิส เปลี่ยนคอนโซล vintage อายุ 20 ปี ใน Studio A มาเป็น SSL ORIGIN 32 channel — 16 buses, E Series EQ และ PureDrive mic pre ครบทุก channel Dave Trumfio เล่าเรื่องเสียง เวิร์กโฟลว์ hybrid และค่าซ่อมที่หายไปปีละหมื่นดอลลาร์