หน้าแรก › บทความ › SSL Bus Compressor: จาก Compressor ที่อยู่บนคอนโซลในตำนานอย่าง SSL 4000 สู่ Bus Comp Classic
Solid State Logic

SSL Bus Compressor: จาก Compressor ที่อยู่บนคอนโซลในตำนานอย่าง SSL 4000 สู่ Bus Comp Classic

Vintage Studio · 16 ต.ค. 2026 · อ่าน 6 นาที

SSL Bus Compressor: จาก Compressor ที่อยู่บนคอนโซลในตำนานอย่าง SSL 4000 สู่ Bus Comp Classic

Bus Compressor ของ SSL ที่อยู่บน Centre Section ของคอนโซลมาตั้งแต่ SSL 4000 B ในปี 1976 ยังเป็นตัวเลือกแรกของซาวด์เอนจิเนียร์เวลาอยากให้เสียงที่มิกซ์ออกมาแล้วกลมกล่อม เกาะกันเป็นเนื้อเดียว ซึ่งเรามักจะคุ้นตากับมันทั้งในรูปแบบฮาร์ดแวร์และปลั๊กอิน

โดยรุ่นใหม่ที่ออกมานี้คือ Bus Comp Classic แร็ค 1U ที่กลับไปใช้วงจรและวิธีใช้งานแบบดั้งเดิม เพิ่มเติมคือ Variable VCA Drive ที่ไล่ได้ตั้งแต่เสียงสะอาดแบบยุค SuperAnalogue™ ไปจนถึงเสียงที่มี color แบบ 4000 ยุคแรก โดยวันนี้เราจะไล่ประวัติของ Bus Compressor ตั้งแต่อยู่บนคอนโซลจนออกมาเป็นแร็คแต่ละรุ่น แล้วค่อยดูว่า Bus Comp Classic เปลี่ยนอะไรบ้าง

เริ่มจาก Centre Section ของ 4000 B

Bus Compressor มีมาตั้งแต่ SL 4000 B ปี 1976 ซึ่งเป็นคอนโซลตัวแรกที่ SSL วางขายจริง และอยู่ใน Centre Section ของคอนโซล SSL ทุกรุ่นที่ตามมา

Dynamics ประจำ channel ของ 4000 B เองก็ยกแนวคิดมาจาก Bus Compressor คือตรวจจับแบบ peak และวาง VCA ของ sidechain ไว้ใน feedback loop การออกแบบเหล่านี้ จึงเป็นที่มาของคาแรคเตอร์สุด punchy ที่คนจำได้ว่านี่แหละ ที่เป็นเสียง SSL แน่ๆ

ต่อมา 4000 E (1979) และ 4000 G (1987) ก็ยังมี Bus Compressor อยู่ที่เดิม ในยุค 4000 นี้เองที่ทำให้มันทำหน้าที่ให้เสียงที่มิกซ์ เกาะเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้พร้อมสำหรับการไปเปิดบนวิทยุได้เลย และชื่อที่คนเรียกกันติดปากจนทุกวันนี้ก็คือ "G Bus Comp" ตามชื่อ 4000 G

คอนโซลรุ่นปัจจุบันก็ยังเก็บไว้ ORIGIN (2019) มี Bus Compressor ใน Centre Section พร้อม ratio ใหม่ insert return และ sidechain filter ส่วน Oracle (2025) ใส่ THE BUS+ แบบ Recall ได้ไว้ในตัว และย้ายไป insert ที่ Main Bus, Stereo Group หรือ Track Bus ได้

ยุคที่กระโดดออกมาจากคอนโซลแล้วกลายเป็นแร็ค

ปี 1991 SSL ทำ Bus Compressor เป็นแร็คครั้งแรกในชื่อ FX384 ทำให้สตูดิโอที่ไม่มีคอนโซล SSL ก็ใช้ได้ หลังจากนั้นวงจรเดิมก็ออกมาอีกหลายรูปแบบ

  • 1991 FX384 แร็คตัวแรก
  • 2002 ปรับโฉม FX384 เป็นหน้าเครื่องสีเงิน เข้าสู่ยุค XLogic
  • 2003 เวอร์ชัน Multi-Channel สำหรับงาน 5.1
  • 2007 โมดูลแบบ double width สำหรับ X-Rack
  • 2013 โมดูล 500 Series ที่เพิ่ม Side-Chain HPF

หลังจากนั้นเขาก็กลับมาอีกครั้งบน SSL THE BUS+ แร็ค 2U ที่ยังใช้วงจร Bus Compressor เดิมกับ VCA THAT 2181 แต่เพิ่มสิ่งใหม่ๆเข้าไปเยอะขึ้นมาก ไม่ว่าจะมีโหมดให้เลือกถึง 4 โหมด (Classic Stereo, Σ S/C Stereo, Dual Mono และ Mid-Side) Dynamic EQ 2 Band คาแรคเตอร์ compression สามแบบ (LOW THD, F/B และ 4K MODE) และ pot แบบ stepped ที่อ่านค่าด้วย microcontroller จึง Recall ได้แม่นพอสำหรับงาน mastering

Bus Comp Classic

คนเราเวลาที่มีทุกอย่างครบแล้ว ก็ต้องมีความคิดถึงอะไรเดิมๆบ้าง เนี่ยแหละที่เรียกว่าความคลาสสิก ถ้า THE BUS+ คือรุ่นที่ใส่ทุกอย่าง แล้ว Bus Comp Classic คือทางกลับ แร็ค 1U ที่เก็บเสียงและ workflow แบบเดิมไว้ แล้วเพิ่มเพียงสิ่งที่สำคัญอย่าง Variable VCA Drive, ratio และ time constant ที่เพิ่มขึ้น และ external side-chain แบบสเตอริโอ

วงจร: ใช้ VCA THAT 2181 ใน signal path คู่กับ sidechain ของ SSL ที่มี VCA อยู่ใน feedback loop สองอย่างนี้คือสิ่งที่ทำให้มันยังคงความเป็น Bus Compressor ที่เรารู้จักกัน ไม่ว่าจะเป็น transient ที่ชัดแต่ก็ถูกคุมไว้เป็นอย่างดี และเครื่องดนตรีหลายชิ้นเกาะไปด้วยกัน

Variable VCA Drive: ลูกบิดเดียวที่ไล่คาแรคเตอร์ของคอนโซล SSL หลายยุค ตั้งไว้ที่สะอาดที่สุด VCA ที่จะทำงานแบบ balanced ให้ distortion ต่ำและ transient ชัดแบบยุค SuperAnalogue™ ตั้งแต่ 9000 Series จนถึง Oracle และ Odyssey พอเริ่มหมุน VCA จะสลับไปทำงานแบบ unbalanced ได้ harmonic แบบ FX384 และคอนโซล 4000 และถ้าหากหมุนต่อไปก็จะได้ color และ saturation ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเสียงมีความหนาและ aggressive แบบ 4K ยุคแรก ไปได้สูงสุด 10% THD สำหรับกลองที่ต้องขับหนัก ๆ หรือ parallel compression

Ratio, Attack และ Release: ยังใช้ชุดค่าเดียวกับ Bus Compressor แบบเดิม แต่ทำเป็นปุ่ม stepped 6 ตำแหน่ง ทำให้ Recall ได้แม่นยำและกลับมาทำงานเดิมได้ทุกครั้ง และเพิ่ม ratio กับ release เข้ามาอีก หากเลือกเป็น 2:1 จะเป็น soft-knee ที่นุ่มมาก gain reduction ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนแทบไม่รู้สึก เหมาะกับ mix bus ส่วน ratio ที่สูงขึ้นจะคุมแน่นและหนาขึ้น ใช้กับ stem, drum bus หรือ parallel ได้

SSL Auto Release: release แบบสองช่วงที่ปรับตามสัญญาณที่เข้ามา ส่วนที่ดังจะคลายเร็ว ส่วนที่เบาจะคืนตัวช้ากว่า ฟังเป็นธรรมชาติและยังเก็บรายละเอียดไว้ได้ เหมาะกับมิกซ์ที่มีหลายองค์ประกอบ

Side-Chain: มี HPF แบบ stepped 6 ตำแหน่ง ลดผลของย่านต่ำที่เข้าไปในวงจร detect ทำให้ kick กับเบสยังมีน้ำหนักโดยไม่ดึง gain reduction ทั้งมิกซ์ และมี external side-chain แบบสเตอริโอจริง ใช้ได้ตอน print stem คือส่งมิกซ์เต็มเข้า side-chain แล้วปล่อยแต่ละ stem ผ่าน signal path ทุก stem จะโดน compress แบบเดียวกับตอนอยู่ในมิกซ์ เวลาทำเวอร์ชันอื่นหรือส่งงาน balance จึงไม่เพี้ยนจากงานเดิมที่ทำไว้

ควรใช้ Bus Compressor กับงานแบบไหน

ที่ใช้กันมากที่สุดคือ mix bus และ drum bus แต่ใช้กับเสียงร้องนำและคอรัส bus ของเครื่องดนตรี หรือ parallel chain ได้เหมือนกัน

ส่วนตัวผมมองว่า Bus Comp Classic ไม่ได้พยายามเป็นรุ่นที่ทำได้ทุกอย่าง แต่เหมาะกับคนที่อยากได้ Bus Compressor แบบที่รู้จักกันอยู่แล้วในแร็ค 1U มีแค่ Drive กับ side-chain เพิ่มมาให้ใช้ได้หลากหลายขึ้น ส่วนใครที่อยากได้ Dynamic EQ และโหมด Mid-Side ด้วย ก็สามารถไปที่ THE BUS+ ได้เลย

ขอบคุณข้อมูลจาก: https://solidstatelogic.com/our-history

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด →
SSL UC1 นำ Console Workflow มาไว้ในรูปแบบ Controller
Solid State Logic

SSL UC1 นำ Console Workflow มาไว้ในรูปแบบ Controller

SSL UC1 ฮาร์ดแวร์ควบคุมปลั๊กอินที่ออกแบบเหมือน Channel Strip บนคอนโซล SSL มี Knob แยกทุกฟังก์ชัน พร้อม 360° Link ที่ควบคุมปลั๊กอินของแบรนด์อื่นได้

SSL Alpha 8 Audio Expander ที่ตอบโจทย์ทุกการทำงาน
Solid State Logic

SSL Alpha 8 Audio Expander ที่ตอบโจทย์ทุกการทำงาน

ALPHA 8 คือตัวแปลงสัญญาณ AD/DA 32-bit / 192 kHz ขนาด 1U ของ SSL ใช้เป็น Expander เพิ่มช่อง Analogue 8 in / 8 out ให้ audio interface เดิมผ่าน ADAT และ S/PDIF หรือต่อคอมผ่าน USB-C แล้วใช้เป็น audio interface 18 in / 18 out ก็ได้