Revival 4000 แชนแนลสตริปแบบอนาล็อกประสิทธิภาพสูงจาก Solid State Logic มอบเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของคอนโซล SL 4000 Series ในยุคต้นทศวรรษ 1980 — เสียงที่กลายเป็นมาตรฐานของวงการ และมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานของศิลปินระดับตำนาน เช่น Peter Gabriel, Phil Collins, Bryan Adams, Pink Floyd, Prince, U2, Metallica และอีกมากมาย Revival 4000 ได้รับแรงบันดาลใจจากวงจรของคอนโซลรุ่น B และ E Series ให้โทนเสียงอันเป็นเอกลักษณ์และความยืดหยุ่นด้านเสียงที่เป็นตำนาน SSL อย่างแท้จริง
คอนโซล SSL 4000 Series เปิดตัวครั้งแรกในปี 1976 และได้ปฏิวัติวงการผลิตดนตรี โดยสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่มีอิทธิพลต่อประวัติศาสตร์ดนตรี จุดเริ่มต้นของเรื่องราวนี้คือคอนโซลรุ่น SL 4000 B ซึ่งเป็นรุ่นหายากที่ถูกติดตั้งที่ Townhouse Studios ในลอนดอน คอนโซลรุ่นนี้ถูกใช้ในการสร้างผลงานเพลงระดับตำนานอย่าง Intruder ของ Peter Gabriel และ In the Air Tonight ของ Phil Collins ซึ่งเป็นเพลงที่ทำให้เทคนิคเสียงกลองแบบ "gated reverb" กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ทำให้กลายเป็นคอนโซลมิกซ์เสียงที่ทรงอิทธิพลที่สุดตลอดกาล
SL 4000 E ซึ่งเปิดตัวในปี 1979 และกลายเป็นหัวใจสำคัญของสตูดิโอระดับตำนานอย่าง Abbey Road, Electric Lady และ The Hit Factory คอนโซลรุ่นนี้มี Sound Engineer ชื่อดังอย่าง Hugh Padgham (ที่ร่วมงานกับ David Bowie, Paul McCartney, The Police), Chris และ Tom Lord-Alge (James Brown, The Rolling Stones, Santana) รวมถึง Andy Wallace (Prince, Bruce Springsteen, Nirvana) ได้สร้างเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของพวกเขา
SSL Revival 4000 Signature Analogue Channel Strip
Revival 4000 — แชนแนลสตริปแบบอนาล็อกได้ถ่ายทอดคุณภาพเสียงอันยอดเยี่ยมและจุดเด่นต่าง ๆ จากคอนโซลระดับตำนาน 4000 Series ไว้อย่างครบถ้วนในรูปแบบกะทัดรัดขนาด 1U มาพร้อมกับปรีแอมป์ไมโครโฟนที่ใช้ Jensen Transformer JT-115K-E, De-Esser จาก B Series, ภาค Dynamics จาก E Series และ EQ แบบ parametric 4 แบนด์จาก E Series ที่เป็นเอกลักษณ์ — พร้อมด้วย high-pass/low-pass filter และเลือกสลับโทน EQ ระหว่าง Brown/Black knob EQ ได้
Dynamics ในตำนานโดยการออกแบบ compressor/gate ยังคงให้เสียงเหมือนกับ channel strip E Series ที่สร้างเอกลักษณ์ของให้กับเสียงได้อย่างแนบเนียน ซึ่งวงจรประกอบด้วย true RMS sidechain detector และ discrete gain reduction stage ที่เหมือนกับชิป Class A VCA ของคอนโซล 4000 E Series สามารถ bypass การทำงานของ Soft-Knee Curve ได้ มีโหมด Fast Attack หรือเลือก Release Curve เป็นแบบ logarithmic หรือ linear ได้ ฟีเจอร์ทั้งหมดนี้มอบทางเลือกในการปรับโทนที่หลากหลาย พร้อมถ่ายทอดโทนเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ที่ถูกใช้สร้างเพลงระดับตำนานมากมายบนคอนโซล E Series
Classic 4-Band SSL EQ
Revival 4000 มาพร้อม EQ สุดคลาสสิก 2 แบบ ได้แก่ 4000 E Brown Knob (02) และ Black Knob (242) Brown Knob EQ มาพร้อม mid band 2 แบนด์ ที่ปรับความถี่ได้เต็มกว้าง (Fully Parametric) High Shelving และ Low Shelving อยู่ที่ 6 dB/octave สามารถสลับให้เป็น Bell ได้ ซึ่ง EQ นี้ถือเป็นเอกลักษณ์ของซาวด์ในงานบันทึกเสียงยุค 80 ส่วน Black Knob EQ ('242') ถูกพัฒนาขึ้นในปี 1983 ร่วมกับตำนานอย่าง George Martin สำหรับคอนโซล SSL เครื่องแรกที่ติดตั้งใน AIR Studios โดยปรับ boost/cut ในความถี่ที่กว้างขึ้น (±18 dB เทียบกับ ±15 dB ของเดิม) และ High-Pass Filter ที่ 18 dB/octave ทำให้ควบคุมย่าน Low ได้แม่นยำกว่าและปรับโทนเสียงได้ยืดหยุ่นมากขึ้น
Eric Emery โปรดิวเซอร์/มิกซ์เอนจิเนียร์ผู้ถูกเสนอชื่อชิง Grammy 2 ครั้ง (Blink-182, Yellowcard, Sevendust) เผยว่า Slate Digital ML-1A และปลั๊กอิน Virtual Microphone System (VMS) คือเครื่องมือหลักที่ช่วยจับคู่เสียงไมค์ให้ศิลปินได้เร็วโดยไม่สะดุดการทำงาน