CRASH SYMPHONY PRODUCTIONS ยกระดับขึ้นด้วย PRISM SOUND DREAM ADA สำหรับงานเสียงระดับโลก
- Vintage Studio

- 7 พ.ย.
- ยาว 1 นาที

Crash Symphony Productions ได้เติบโตขึ้นอย่างมั่นคงจากสตูดิโอเล็ก ๆ ในโรงรถ กลายเป็นศูนย์กลางด้านการบันทึกเสียงพูด การมิกซ์เสียงแบบสมจริง และการผลิตระดับไฮเอนด์ที่เชื่อมต่อกับลูกค้าทั่วโลก
ด้วยผลงานที่ครอบคลุมตั้งแต่การทำเสียงประกอบภาพยนตร์ (ADR) และการผลิตหนังสือเสียง ไปจนถึงการวิเคราะห์เสียงเชิงนิติวิทยาศาสตร์และการฝึกสอนเสียงสำหรับระบบ AI สตูดิโอแห่งนี้ยึดมั่นในคุณภาพเสียงที่บริสุทธิ์และแม่นยำ จนได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ผลิตเสียงที่มีความยืดหยุ่นและล้ำสมัยที่สุดในออสเตรเลีย
ก่อตั้งขึ้นในปี 2005 โดย James Englund และปัจจุบันดำเนินการร่วมกับหัวหน้าวิศวกร Stewart Havill Crash Symphony Productions ให้บริการสร้างสรรค์อย่างหลากหลาย โดยเน้นหลักที่การบันทึกเสียงพูดคุณภาพระดับพรีเมียม
“ภารกิจของเราคือการมอบสภาพแวดล้อมการบันทึกเสียงพูดที่ใสสะอาดและโปร่งใสที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”Englund กล่าว “และเมื่อคุณทำงานกับศิลปินระดับโลก ทุก ๆ รายละเอียดล้วนมีความสำคัญ”
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สตูดิโอได้ต้อนรับนักแสดงนานาชาติมาบันทึกเสียง ADR สำหรับภาพยนตร์และทัวร์ระดับโลก โดยเชื่อมต่อโดยตรงกับทีมโพสต์โปรดักชันในลอสแองเจลิสและลอนดอน ลูกค้าของพวกเขารวมถึงดาราดังอย่าง Elisabeth Moss (The Handmaid’s Tale) และ Dacre Montgomery (Stranger Things) รวมถึงบุคคลแถวหน้าในวงการเสียงและการพากย์
“การได้ทำงานกับเจ้าของเสียงของ Siri เป็นประสบการณ์ที่เหนือจริง” Englund กล่าวเสริม “มันเป็นโปรเจ็กต์ที่ไม่มีวันลืมจริง ๆ”
เพื่อรองรับการทำงานที่ซับซ้อนมากขึ้นทั้งในระบบเสียงรอบทิศทางและการทำงานระยะไกล Crash Symphony ได้หันมาใช้เทคโนโลยีของ Prism Sound หลังจากใช้ฮาร์ดแวร์ Apogee มาหลายปี ทีมงานตัดสินใจก้าวไปข้างหน้า เริ่มจากรุ่น Titan, ต่อด้วย Atlas, และในที่สุดก็ใช้รุ่นเรือธง Dream ADA การตัดสินใจครั้งนี้เกิดจากความต้องการจำนวนช่องสัญญาณที่มากขึ้น ความเที่ยงตรงของเสียง และความเชื่อถือได้ในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาขยายเข้าสู่ระบบ Dolby Atmos

เราต้องการคอนเวอร์เตอร์ที่สามารถรองรับการทำงานหลายช่องสัญญาณขนาดใหญ่ได้โดยไม่ลดทอนคุณภาพ Havill อธิบาย “Dream ADA ทำได้อย่างนั้น และยังทำได้มากกว่านั้นอีก มันคือหัวใจของระบบ Dante ของเรา เชื่อมต่อกับ Trinnov D-MON, Titan และ RedNet ได้อย่างไร้รอยต่อ”
Dream ADA ทำงานผ่านอินเทอร์เฟซ RME Dante โดยมีระบบ Titan และ Focusrite RedNet ช่วยขยายการเชื่อมต่อ AES I/O ของสตูดิโอผ่าน Dante เส้นทางสัญญาณที่สำคัญทั้งหมด ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์อินเสิร์ตไปจนถึงการมิกซ์เสียงรอบทิศทาง ถูกส่งผ่าน Dream ADA ทั้งสิ้นนอกจากสเปกทางเทคนิคแล้ว สิ่งที่โดดเด่นจริง ๆ คือ “ความเป็นดนตรี” ของคอนเวอร์เตอร์จาก Prism
“เราสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในความอบอุ่นและความชัดเจนของเสียงทันที” Englund กล่าว
“การเปลี่ยนจากอินเทอร์เฟซเดิมมาใช้ Prism เหมือนเปลี่ยนจากสีเทาเรียบ ๆ ไปสู่ภาพสีสันเต็มรูปแบบ เสียงมีมิติและอารมณ์มากขึ้น ทำให้ประสบการณ์ทั้งหมดทั้งสำหรับเราและลูกค้าดึงดูดใจยิ่งขึ้น”
อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ Crash Symphony ประทับใจคือแนวคิดด้านการออกแบบของ Prism Sound อุปกรณ์ที่ถูกสร้างมาให้ใช้งานได้ยาวนาน
“เมื่อใช้ Prism คุณไม่ต้องกังวลเรื่องการอัปเดตทุกปี หรือกลัวว่าระบบจะล้าสมัย”Englund กล่าว “ความมั่นคงนี้มีคุณค่ามาก โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องส่งมอบผลงานที่ไร้ข้อผิดพลาดให้ลูกค้าทุกวัน”
การเดินทางของสตูดิโอจากพื้นที่บันทึกเสียงเล็ก ๆ สู่การเป็นพาร์ตเนอร์ด้านเสียงระดับโลกนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเป้าหมายต่อไปคือการยกระดับระบบมอนิเตอร์ให้ถึงมาตรฐานสูงสุด
“เราวางแผนที่จะอัปเกรดไปใช้ลำโพง ATC รุ่นท็อป”Englund กล่าว “นั่นจะทำให้ห่วงโซ่ระบบของเราสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่ไมโครโฟนระดับโลก คอนเวอร์เตอร์ พรีแอมป์ คอมเพรสเซอร์ รีเวิร์บ ไปจนถึงระบบมอนิเตอร์ที่สมบูรณ์แบบสุดท้าย และใช่... เรายังเปิดรับคำเชิญให้มานั่งจิบชาและลองฟังอยู่เสมอ!”

ขอบคุณข้อมูลจาก :





ความคิดเห็น