top of page

วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วย SSL Duality Fuse 48 Channel

อัปเดตเมื่อ 29 เม.ย.


วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ทำการปรับปรุงสตูดิโอบันทึกเสียงห้องหลัก ซึ่งติดตั้ง SSL Duality Fuse SuperAnalogue™ ขนาด 48 Channel เครื่องใหม่ โดย Vintage Studio ตัวแทนจำหน่าย SSL ในประเทศไทย พร้อมด้วยอุปกรณ์เสียงระดับมืออาชีพอื่นๆ เช่น PMC, Prism Sound และ Furman สำหรับในการปรับโฉมสตูดิโอในครั้งนี้ออกแบบโดยคุณชาตรี ลดาลลิตสกุล ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม) ประจำปี พ.ศ. 2562


"นี่ไม่ใช่แค่การอัปเกรดอุปกรณ์ แต่มันคือการสานฝันตลอด 10 ปีให้เป็นจริง เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับนักศึกษาของเรา" อาจารย์พงษ์พัฒน์ เชื้อพิบูลย์ ซาวด์เอนจิเนียร์และอาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีดนตรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ กล่าว


“คอนโซลตัวนี้มีการวาง Signal flow ที่เข้าใจง่ายมาก จึงเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่เหมาะสมที่สุด ถึงจะใช้งานง่าย แต่มันก็มีฟังก์ชันครบครัน รองรับการ Routing ที่ซับซ้อนได้สบายๆ แถมยังมี Processor สำหรับปรับเสียงมาให้ครบ ที่สำคัญคือได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นคอนโซลรุ่นใหญ่ที่เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมโลก"


Duality Fuse ตอบโจทย์ Session ขนาดใหญ่ที่ต้องการระบบการทำงานแบบไฮบริด


สตูดิโอนี้มีชื่อเป็นทางการว่า "สตูดิโอพระเจนดุริยางค์" เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ประพันธ์ทำนองเพลงชาติไทย แต่ส่วนใหญ่มักจะเรียกกันติดปากว่า Studio A หรือห้อง 407 อาจารย์พงษ์พัฒน์เล่าว่า สตูดิโอเพื่อการศึกษานี้เน้นรองรับงานวิจัยทางวิชาการ การฝึกปฏิบัติงานโปรดักชันดนตรีระดับสูง และโปรเจกต์อัดเสียงของอาจารย์เป็นหลัก ซึ่งสามารถรองรับสไตล์ดนตรีได้กว้างมาก ตั้งแต่วงบิ๊กแบนด์แจ๊ส ดนตรีไทยเดิม ไปจนถึงงานเพลงร่วมสมัยและดนตรีคลาสสิก ซึ่งอาจารย์และนักศึกษาจะได้ใช้ประโยชน์จากการทำงานร่วมกันระหว่าง Duality Fuse และระบบ DAW ของห้อง 407 อย่างเต็มที่


"หลังจากใช้งานคอนโซลตัวนี้มาแค่ 4 เดือน ระบบทุกอย่างทำงานร่วมกันได้แบบไร้รอยต่อเลยครับ"

อาจารย์พงษ์พัฒน์แชร์ประสบการณ์ "ในเซสชันใหญ่ๆ ผมจะทำงานแบบไฮบริด โดยส่งสัญญาณกลุ่มสเตอริโอให้เป็น 'tape returns' สำหรับเสียง Background อย่างพวกซินธ์หรือคอรัส ส่วนแทร็กสำคัญๆ อย่างกลอง เบส และเสียงร้อง ผมจะให้ผ่านการปรับแต่งบนระบบแอนะล็อกของบอร์ด ความสามารถในการสลับการควบคุมไปมาระหว่าง DAW กับหน้าบอร์ดแอนะล็อก มันช่วยให้ทำงานได้เร็วและมีประสิทธิภาพสุดๆ"


เรื่องระบบออโตเมชัน (Automation) อาจารย์เล่าต่อว่า "ปลั๊กอิน δ-Ctrl (Delta Control) ของ SSL คือตัวเปลี่ยนเกมเลยครับ มันถูกออกแบบมาให้ทำงานง่ายขึ้น และเข้ามาแทนที่ระบบออโตเมชันแบบเก่า โดยให้ความสะดวกสบายแบบยุคใหม่ แม่นยำ และทำงานร่วมกับ DAW ได้อย่างสมบูรณ์แบบ" แต่ถึงอย่างนั้น อาจารย์ก็เสริมว่า "ผมก็ยังชอบระบบออโตเมชันแบบดั้งเดิม (Legacy Automation) มากๆ นะครับ มันให้สัมผัสที่จับต้องได้แบบคลาสสิก ซึ่งผมรู้สึกว่าเป็นธรรมชาติมากสำหรับกระบวนการคิดงานที่สร้างสรรค์ การที่ Duality Fuse มีให้เลือกใช้ทั้งสองแบบ ทำให้คอนโซลตัวนี้ใช้งานได้ยืดหยุ่นและรองรับการทำเพลงได้ทุกสไตล์จริงๆ"



ปรีไมค์ Dual Variable Harmonic Drive / SuperAnalogue™


อาจารย์พงษ์พัฒน์สนุกกับการได้ลองใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ของ Duality Fuse "ปรีไมค์คู่ที่มาพร้อมระบบ Variable Harmonic Drive คู่ 2 และ 3 ที่ให้เสียงที่ยอดเยี่ยมกับทุกอย่างเลยครับ ปรีไมค์ SuperAnalogue™ ที่สลับการทำงานได้ก็ทำหน้าที่เป็น ‘Reference’ ที่ดีมากๆ แต่พูดตามตรงนะครับ ผมหาเหตุผลไม่ได้เลยว่าจะไม่ลองใช้มันในทุกแชนเนลได้อย่างไร มันเป็นฟีเจอร์ที่ใช้แล้วมีแต่ข้อดี ระบบ Variable Harmonic Drive ทำงานได้ดีมากจนผมแทบจะเปิดใช้กับทุกแทร็กเลยครับ"


ในส่วนของ EQ ก็ทำงานได้ดีเยี่ยมตามมาตรฐาน "สิ่งที่ผมเจอคือ สำหรับการปรับโทนเสียงทั่วๆ ไป เราปล่อยทุกอย่างไว้ตรงกลางได้เลย แล้วแค่บูสต์หรือคัตเพียงครั้งเดียว ก็ได้เสียงที่ต้องการอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องไปกวนย่านอื่น ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและเฉียบขาดได้ดีไม่แพ้กัน ค่าเริ่มต้นที่เป็น E-curve ทำงานได้ดีกับทุกอย่างจนผมยังหาเหตุผลที่จะสลับไปใช้ G-series ไม่ได้เลย ผมพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้มากๆ แต่ก็ตั้งตารอที่จะได้ลองใช้เคิร์ฟแบบอื่นๆ เมื่อคุ้นเคยกับคอนโซลตัวนี้มากขึ้น"


สำหรับคอมเพรสเซอร์ (Comp), เกต (Gate) และ Summing bus  อาจารย์บอกต่อว่า "ทำงานได้ดีมากจนทำเอาอาจารย์ของเราแอบเสียดายเงินที่ลงทุนซื้อปลั๊กอินดิจิทัลไปตลอดหลายปีที่ผ่านมา พอได้ฟังเสียงจากของจริงแล้ว มันยากมากที่จะหาเหตุผลกลับไปใช้ปลั๊กอินจำลองเสียงอีก" นอกจากนี้ อาจารย์พงษ์พัฒน์ยังใช้ Fusion ที่ฝังอยู่ในคอนโซลเพื่อปรับแต่งและเพิ่มสีสันให้เสียงขณะอัดและมิกซ์ด้วย "ส่วนที่ผมชอบที่สุดคือ Vintage Drive ครับ ผมพบว่ามันเวิร์กมากๆ ในการช่วยเพิ่ม 'น้ำหนัก' และ 'ความกลมกลืนของฮาร์มอนิก' ให้กับงานมิกซ์"


คอนโซลที่เข้ามาทำให้ทุกอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น


เมื่ออาจารย์พงษ์พัฒน์และคณาอาจารย์ได้ฟังเสียง Duality Fuse ในห้อง 407 เป็นครั้งแรก เหมือนเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ "ความรู้สึกเหมือนเราขับรถที่กระจกหน้าขุ่นมัวมาเป็นสิบปีครับ จากนั้นคอนโซลตัวนี้ก็เข้ามาช่วยเช็ดทุกอย่างให้ใสแจ๋ว เผยให้เห็นรายละเอียดเสียงที่เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพลาดอะไรไป ย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตอนเริ่มหามิกส์เซอร์ตัวใหม่มาแทนที่ตัวเดิม ผมได้ติดต่อไปทางเว็บไซต์ของ SSL เพื่อแสดงความสนใจอย่างจริงจัง วันนี้ การได้เห็น Duality Fuse มาตั้งอยู่ในสตูดิโอของเราในที่สุด ได้เห็นรอยยิ้มของนักศึกษาและเพื่อนอาจารย์ตอนที่ทำงาน ผมพูดได้อย่างมั่นใจเลยว่า คุ้มค่าทุกวินาทีที่รอคอยมาตลอด 10 ปี การมี Duality Fuse ให้ความรู้สึกเหมือนเรามี "เครื่องมือที่ใช่สำหรับงานที่ใช่" ทำให้การทำงานทั้งหมดเป็นเรื่องง่าย ในขณะเดียวกันก็ช่วยสอนเทคนิคและวิธีทำงานที่สำคัญในสภาพแวดล้อมสตูดิโอระดับโปรให้กับนักศึกษาด้วย"



วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2537 ภายใต้การนำของรองศาสตราจารย์ ดร.สุกรี เจริญสุข ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองทางทิศตะวันตกของกรุงเทพฯ นับเป็นสถาบันดนตรีระดับอุดมศึกษาแห่งแรกในประเทศไทย อาจารย์พงษ์พัฒน์กล่าวทิ้งท้ายว่า ภาควิชาเทคโนโลยีดนตรี มุ่งมั่นที่จะมอบเครื่องมือที่ล้ำสมัยและมีประสิทธิภาพที่สุดในอุตสาหกรรมให้กับนักศึกษา "เราเชื่อว่าการได้เรียนรู้บนอุปกรณ์ระดับโลกที่เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม จะช่วยสร้างประสบการณ์และความทรงจำอันล้ำค่าที่จะติดตัวนักศึกษาของเราไปตลอดชีวิตการทำงาน ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้ยากจากที่อื่นครับ"



ขอบคุณข้อมูลจาก :





 
 
 

ความคิดเห็น


ห้องอัดเสียง Vintage Studio กรุงเทพมหานคร

จำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับการอัดเสียงคุณภาพ

CONTACT US

35 Udomsuk27 Sukhumvit 103 Bangkok 10260 Thailand

086-774-0077, 085-019-1915

  • Facebook
  • Instagram
  • YouTube
  • TikTok
  • Line

FB: @vintagestudiothailand

FB: @BtwinsSSL

Line ID: @vintagestudio

SSL Logo Small.jpg
bottom of page