SSL UC1 นำ Console Workflow มาไว้ในรูปแบบ Controller
SSL UC1 ฮาร์ดแวร์ควบคุมปลั๊กอินที่ออกแบบเหมือน Channel Strip บนคอนโซล SSL มี Knob แยกทุกฟังก์ชัน พร้อม 360° Link ที่ควบคุมปลั๊กอินของแบรนด์อื่นได้

Ryan Lewis เจ้าของรางวัล Grammy สี่ตัวจากผลงานในนาม Macklemore & Ryan Lewis ปรับปรุงห้องส่วนตัวที่รัฐ Washington ใหม่ทั้งห้อง โดยมีมิกเซอร์คอนโซล Harrison 32Classic แบบ In-Line ขนาด 32 Channel เป็นอุปกรณ์หลัก คู่กับแร็ค 500 Series รุ่น D510R อีกเจ็ดตัว และเขารับ 32Classic ตัวที่สองไว้สำหรับห้องใหม่ที่กำลังสร้างที่ Los Angeles ด้วย
ผมเลือก Harrison เพราะ EQ ในตำนาน filter ที่บ้าคลั่ง Mic Preamp 32 Channel 8 Bus ประวัติของแบรนด์ และตัว Dave Harrison
Ryan Lewis — Producer
ไม่เหมือนคอนโซลส่วนใหญ่ ตัวนี้มี converter อยู่ในตัวทุกจุด ตัวคอนโซลเป็น Dante interface ในตัวเลย มันเปลี่ยนไปเลยว่าคอนโซลตัวหนึ่งทำอะไรได้บ้างในห้องอัด
Ryan Lewis
32Classic มีภาค A/D และ D/A อยู่ในตัว ส่งได้ทั้งขาเข้าและขาออกของ Channel, Cue/Matrix Master, Group Bus และ Main Stereo Mix ผ่าน Dante บนคอนโซล ขณะเดียวกัน Channel Direct, Group Bus, Cue/Matrix สเตอริโอทั้งสามชุด และ Main Stereo Mix ก็ยังมี Output แบบ analogue ให้ใช้พร้อมกัน
คุณได้ converter ดี ๆ อยู่ในบอร์ด แล้วสัญญาณ analogue ทั้งหมดนั้นก็ยังส่งไปไหนต่อก็ได้อยู่ดี
Ryan Lewis

เพราะ Dante กับ Output analogue ใช้พร้อมกันได้ ห้องนี้เลยวางระบบให้ Channel Direct กับ Cue Matrix ของ 32Classic เป็น effects matrix ที่ต่อเข้า outboard ของห้องไว้ล่วงหน้าทั้งหมด
ในห้องนี้แทบไม่มีอะไรต้อง patch เลย ทุกอย่างต่อสายรออยู่แล้ว เป้าหมายคือทำยังไงให้ได้งานเยอะที่สุดโดยออกแรงน้อยที่สุด แล้วไปถึงส่วนที่สนุกให้เร็วที่สุด
Ryan Lewis
outboard ทั้งหมดอยู่ในแร็ค D510R เจ็ดตัว สองตัวใส่การ์ด D510dante เพิ่ม
ผมใช้ D510R เจ็ดแร็ค แต่ละตัวทำคนละหน้าที่ สี่ตัวทำให้ทุก Insert บนคอนโซลมี Compressor 500 Series เป็นของตัวเอง อีกตัวใส่ effect อีกตัวใส่ Preamp กับ EQ สำหรับไมค์ห้อง
Ryan Lewis
สี่แร็คแรกต่อตรงเข้ากับ 32 Channel ของ 32Classic ข้างในเป็น Harrison feed-forward VCA Comp 12 ตัว และ SSL 611 Dyn E อีก 20 ตัว
Compressor 500 Series ของ Harrison ใช้ง่ายและเสียงดี ผมอยากได้ Compressor ทุก Insert แล้ว D510R ก็เป็นวิธีที่ลงตัวที่สุดในการใส่โมดูลจำนวนขนาดนั้น
Ryan Lewis
แร็คที่ห้าใส่อุปกรณ์สาย character และ saturation ต่อค้างไว้ใน effects matrix ตลอด แร็คที่หกทำหน้าที่เฉพาะกับไมค์ในห้องอัด มี Harrison 32Cpre+ ซึ่งเป็น Mic Preamp แบบ Jensen transformer สี่ตัว ส่งเข้า Harrison MR3eq ซึ่งเป็น Parametric EQ สามย่านพร้อม HP filter อีกสี่ตัว จัดเป็นสเตอริโอสองคู่ ตั้งค่าไว้ตายตัวสำหรับห้องนั้น แล้วรวมสัญญาณด้วยโมดูล D510mx เหลือหนึ่ง Channel สเตอริโอที่พร้อมใช้บนคอนโซลตลอดเวลา
32Cpre+ ยกวงจรมาจากคอนโซล Harrison 3232 ปลายยุค 70 ส่วน MR3eq มาจากคอนโซล MR3 ยุค 80

แร็คสุดท้ายอยู่บนล้อ เข็นเข้าห้องอัดได้ ข้างในรวมสัญญาณด้วย D510mx ของตัวเองแล้วส่งลง cassette deck กับ SD recorder
อันนี้เป็นการทดลองที่สนุกที่สุด มันถูกทำมาให้เข็นไปมาได้ เข็นไปจอดข้างเปียโนหรือข้างตู้แอมป์ ใส่หูฟัง แล้วก็อัดได้เลย ไม่ต้องมีคอมพิวเตอร์ และเต็มไปด้วยเนื้อเสียงแบบ analogue
Ryan Lewis
บนคอนโซลส่วนใหญ่ Output analogue ไม่ก็ถูก patch ออกไปหา outboard ไม่ก็วิ่งตรงเข้า interface เพื่อแปลงสัญญาณ แต่ Harrison แปลง Output พวกนั้นให้ในตัวคอนโซลเลย
Ryan Lewis
ผลคือแยกเส้นทางสัญญาณได้พร้อมกัน ภาคแปลงสัญญาณบนคอนโซลเก็บ take ที่สะอาดไว้ ส่วน Output analogue วิ่งเข้า effects matrix แล้ว print เวอร์ชันที่ใส่ effect จนสุดออกมาได้หลายเวอร์ชันในคราวเดียว โดยไม่กระทบไฟล์ต้นฉบับ
take ที่สะอาดถูกเก็บไว้ถาวร แล้วผม print เวอร์ชันที่ commit เต็มที่วางไว้ข้าง ๆ ได้เลย ใส่ character เต็มไปหมด ทีละหลายเวอร์ชัน การ commit ไม่มีต้นทุนอะไรเลย เพราะไม่มีอันไหนไปแตะต้นฉบับได้
Ryan Lewis
เรื่องยากของห้อง analogue ไม่เคยเป็นเรื่องอุปกรณ์ แต่เป็นระยะห่างระหว่างการมีไอเดียกับการได้ยินมันจริง ๆ ถ้าต้องใช้เวลายี่สิบนาที ช่วงเวลานั้นก็หายไปแล้ว แต่ที่นี่มันคือกดปุ่มเดียว
Ryan Lewis
Vintage Studio เป็นตัวแทนจำหน่าย Harrison อย่างเป็นทางการในประเทศไทย สอบถามสเปก ราคา และนัดทดลองเครื่องได้
ขอบคุณข้อมูลจาก: https://harrisonaudio.com/explore/media/ryan-lewis-leans-into-the-legendary-sound-of-harrison
SSL UC1 ฮาร์ดแวร์ควบคุมปลั๊กอินที่ออกแบบเหมือน Channel Strip บนคอนโซล SSL มี Knob แยกทุกฟังก์ชัน พร้อม 360° Link ที่ควบคุมปลั๊กอินของแบรนด์อื่นได้
ALPHA 8 คือตัวแปลงสัญญาณ AD/DA 32-bit / 192 kHz ขนาด 1U ของ SSL ใช้เป็น Expander เพิ่มช่อง Analogue 8 in / 8 out ให้ audio interface เดิมผ่าน ADAT และ S/PDIF หรือต่อคอมผ่าน USB-C แล้วใช้เป็น audio interface 18 in / 18 out ก็ได้
โดยบทความนี้เราจะเริ่มกันที่ตระกูล 4000 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ SSL และยังถูกใช้ต่อมานานกว่า 40 ปี โดยมีสามรุ่นคือ B (1976), E (1979) และ G (1987) และแต่ละรุ่นไม่ได้เปลี่ยนแค่หน้าตาเท่านั้น แต่เขาได้เปลี่ยนวงจรข้างในด้วย