หน้าแรก › บทความ › SSL Alpha 8 Audio Expander ที่ตอบโจทย์ทุกการทำงาน
Solid State Logic

SSL Alpha 8 Audio Expander ที่ตอบโจทย์ทุกการทำงาน

Vintage Studio · 27 ก.ย. 2026 · อ่าน 3 นาที

SSL Alpha 8 Audio Expander ที่ตอบโจทย์ทุกการทำงาน

ALPHA 8 คือตัวแปลงสัญญาณ AD/DA ระดับมืออาชีพ ขนาด 1U ที่ Solid State Logic ต่อยอดมาจากตระกูล Alpha Link ของตัวเอง หน้าที่ของมันมีสองอย่างในเครื่องเดียว จะให้เป็น Expander ของ audio interface ที่มีอยู่แล้วผ่าน ADAT และ S/PDIF หรือจะต่อคอมโดยตรงแล้วใช้เป็น audio interface ผ่าน USB-C ก็ได้ ตัวแปลงสัญญาณเป็นรุ่นใหม่แบบ 32-bit / 192 kHz ที่มี dynamic range สูง THD+N ต่ำ และ crosstalk ต่ำจนแทบวัดไม่ได้

ALPHA 8 เหมาะสำหรับห้องที่มีของ Analogue อยู่แล้ว ทั้ง EQ และ compressor ในแร็ค sampler synth และ drum machine ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักเจอปัญหาเดียวกันคือช่อง in / out ของ interface ไม่พอให้เสียบค้างไว้

ช่อง Analogue มี 8 in / 8 out

บนตัวเครื่องมีช่อง Analogue เป็น balanced จำนวน 8 in / 8 out และมีช่อง Digital อีก 10 channel คือ ADAT จำนวน 8 channel กับ S/PDIF จำนวน 2 channel ซึ่งช่อง Digital ต้องมีอุปกรณ์อื่นมาต่อถึงจะใช้ได้ ถ้าต่อ ALPHA 8 เข้าคอมแล้วไม่ต่ออะไรเพิ่ม อัดเสียงจากแหล่งที่เป็น Analogue ได้พร้อมกัน 8 แทร็ก

ทั้ง 8 channel เป็น line input ถ้าต้องอัดไมค์ต้องมีไมค์ปรีแอมป์ภายนอกมาต่อเข้าที่ช่อง line

ใช้เป็นตัวขยาย ใช้เป็นตัวหลัก หรือใช้ผสมกันก็ได้

SSL ALPHA 8 รองรับการวางระบบได้สามแบบ แบบแรกคือใช้เป็นตัวแปลงสัญญาณสองทางระหว่าง Analogue กับ ADAT และ S/PDIF แบบที่สองคือใช้ช่องทั้งหมดพร้อมกันผ่าน USB เป็น audio interface ที่ 18 in / 18 out และแบบที่สามคือผสมสองแบบแรกเข้าด้วยกัน

แบบผสมคือจุดที่ทำให้ ALPHA 8 ต่างจากอุปกรณ์ทั่วไป เพราะขาออกของตัวเครื่องรับสัญญาณผสมกันได้ทั้งจากฝั่ง Analogue ฝั่ง Digital และจาก USB จึงทำให้สามารถเปลี่ยน Setup ได้อย่างอิสระตามการใช้งาน

สำหรับคนที่ใช้ SSL 18 อยู่แล้ว การเพิ่ม ALPHA 8 หนึ่งเครื่องทำให้ได้เพิ่มอีก 8 channel และเพิ่มสองเครื่องได้อีก 16 channel

การแปลงสัญญาณที่ทำได้

ALPHA 8 ไม่ได้ใช้งานได้แค่ Analogue กับ ADAT อย่างเดียว แต่ Convert ได้สามคู่ คือแปลง Analogue เป็น ADAT และ ADAT เป็น Analogue ได้สูงสุด 8 channel แปลง Analogue เป็น S/PDIF และ S/PDIF เป็น Analogue ได้สูงสุด 2 channel และแปลง S/PDIF เป็น ADAT และ ADAT เป็น S/PDIF ได้สูงสุด 2 channel

ช่อง S/PDIF เลือกใช้ได้ทั้งหัว coaxial และหัว optical ส่วน Sample Rate ที่รองรับคือ 44.1, 48, 88.2, 96, 176.4 และ 192 kHz

Operating Level ที่ตั้งแยกได้ทั้งหมด

ช่อง in และ out ทุกช่องตั้ง operating level ได้อิสระที่ +9, +18, +20 หรือ +24 dBu

gear คนละยี่ห้อคนละรุ่นทำงานที่ระดับสัญญาณไม่เท่ากัน การตั้งได้ทีละช่องทำให้เสียบทุกตัวค้างไว้พร้อมกันได้โดยไม่ต้องหา pad มาคั่น และได้ headroom สูงสุด กลุ่มอุปกรณ์ที่รองรับมีทั้งอุปกรณ์ Rack ขนาด 19 นิ้ว vintage synth คอนโซล Analogue โมดูล 500 Series และ monitor controller

Control Voltage สำหรับ Modular และ Synth

สำหรับคนทำดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ขาออกของ ALPHA 8 เป็นแบบ DC-coupled ซึ่งส่ง Control Voltage ออกไปสั่งงาน synth ชุด modular และ effects pedal ที่รับ CV ได้

ประโยชน์คือไม่ต้องมีอุปกรณ์ส่ง CV แยกอีกชิ้น ช่องเดียวกันนี้สลับกลับไปเป็นช่องเสียงปกติได้ตลอดเวลา

หน้าเครื่องและระบบ Clock

หน้าเครื่องมี meter แยกสำหรับ input และ output และมีช่องหูฟังกระแสสูงไว้ฟังเช็คสัญญาณ เลือกฟังทีละ input หรือทีละ output หรือฟังเป็นคู่ stereo ได้ พร้อมโหมดสำหรับหูฟังสามแบบคือ Standard, High Impedance และ High Sensitivity

ด้านหลังมี Word Clock ทั้ง In และ Out พร้อมสวิตช์ termination ของช่องรับ และเลือกได้ว่าจะใช้ clock ภายในตัวเครื่องเอง หรือรับจาก ADAT, S/PDIF หรือ Word Clock ที่เข้ามา ทำให้เข้าไปอยู่ในระบบที่มีตัวจ่าย clock กลางอยู่แล้วได้

SSL Production Pack

แถม SSL Production Pack มาให้ด้วย เป็นชุดซอฟต์แวร์ที่รวม virtual instrument, plug-in, ชุด sample และ DAW ตามที่หน้าสินค้าของ SSL ลิสต์ไว้ประกอบด้วย Complete Access 6 เดือน, Auto-Tune Unlimited 3 เดือน, Arcade by Output 3 เดือน, SSL Vocalstrip 2 และ Drumstrip แบบซื้อขาด, IK Multimedia Amplitube 5 SE, Celemony Melodyne Essential, Native Instruments Hybrid Keys และ Komplete Start, Ableton Live 11 Lite, ชุด plug-in AAS Session Bundle และ sample จาก Loopcloud ขนาด 1.5 GB

ด้านการใช้งานกับคอม บน Mac เป็นแบบ class compliant เสียบแล้วใช้ได้เลยตั้งแต่ macOS 13 ขึ้นไป ส่วน Windows ต้องลงไดรเวอร์ ASIO/WDM ที่ให้มา มีสาย USB มาให้สองเส้นคือ Type C เข้า Type C และ Type C เข้า Type A

ขอบคุณข้อมูลจาก: https://solidstatelogic.com/products/alpha8

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด →
SSL Channel Strip เสียงของแต่ละยุคต่างกันตรงไหน (ตอนที่ 1: ยุค 4000)
Solid State Logic

SSL Channel Strip เสียงของแต่ละยุคต่างกันตรงไหน (ตอนที่ 1: ยุค 4000)

โดยบทความนี้เราจะเริ่มกันที่ตระกูล 4000 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ SSL และยังถูกใช้ต่อมานานกว่า 40 ปี โดยมีสามรุ่นคือ B (1976), E (1979) และ G (1987) และแต่ละรุ่นไม่ได้เปลี่ยนแค่หน้าตาเท่านั้น แต่เขาได้เปลี่ยนวงจรข้างในด้วย

SSL Channel Strip เสียงของแต่ละยุคต่างกันตรงไหน (ตอนที่ 2: 9000 J & K ถึง Odyssey)
Solid State Logic

SSL Channel Strip เสียงของแต่ละยุคต่างกันตรงไหน (ตอนที่ 2: 9000 J & K ถึง Odyssey)

ไล่ต่อจากตระกูล 4000 ตั้งแต่ 9000 J & K, Duality, ORIGIN, Oracle จนถึง Odyssey ว่าแต่ละรุ่นเปลี่ยนวงจรอะไรและให้เสียงต่างกันยังไง

Electric Feel Miami ติดตั้ง SSL Oracle ตัวแรกในอเมริกา
Solid State Logic

Electric Feel Miami ติดตั้ง SSL Oracle ตัวแรกในอเมริกา

Electric Feel Entertainment เปิดตึกใหม่ที่ Miami พร้อม SSL Oracle มิกเซอร์คอนโซล analogue แบบ In-Line ระบบ Instant Recall ตัวแรกที่ติดตั้งในสหรัฐอเมริกา · Nick Mac เล่าเหตุผลที่เลือก Oracle