หน้าแรก › บทความ › SSL Channel Strip เสียงของแต่ละยุคต่างกันตรงไหน (ตอนที่ 2: 9000 J & K ถึง Odyssey)
Solid State Logic

SSL Channel Strip เสียงของแต่ละยุคต่างกันตรงไหน (ตอนที่ 2: 9000 J & K ถึง Odyssey)

Vintage Studio · 15 ก.ย. 2026 · อ่าน 11 นาที

SSL Channel Strip เสียงของแต่ละยุคต่างกันตรงไหน (ตอนที่ 2: 9000 J & K ถึง Odyssey)

ตอนที่แล้วเราคุยกันเรื่องตระกูล 4000 ทั้งสามรุ่น ซึ่งเป็นคอนโซลที่มีคาแรคเตอร์ของตัวเองชัดเจน ทั้ง Mic Preamp แบบ Transformer ที่เติม harmonic ให้กับเสียง, Compressor ที่ compress ได้หนัก และ EQ ที่ฟัง aggressive เวลา boost หนักๆ

↗ อ่านตอนที่ 1: ยุค 4000 B, E และ G

ตอนนี้เราจะไล่กันต่อตั้งแต่ปี 1994 จนถึงคอนโซลรุ่นปัจจุบัน เริ่มที่ 9000 J & K ที่เปลี่ยนทิศทางการออกแบบไปเลย ต่อด้วย Duality ที่รวมเสียง clean กับเสียงที่มีคาแรคเตอร์ไว้ในตัวเดียว, ORIGIN ที่เป็นคอนโซล analogue ล้วนๆ, Oracle ที่ทำให้คอนโซล analogue สามารถ Recall ได้ทุกส่วน และปิดท้ายด้วย Odyssey ซึ่งเป็นคอนโซล analogue ตัว flagship ของ SSL ในตอนนี้

9000 J & K (1994): SuperAnalogue™ รุ่นแรก

เป็นรุ่นที่ให้เสียง clean, smooth และใสแบบ hi-fi เก็บรายละเอียดครบ โดยไม่เติมคาแรคเตอร์อะไรเข้าไป

โดย 9000 J & K เป็นคอนโซลที่ตั้งใจให้เสียง transparent ที่สุด โดยเป้าหมายคือ เสียงที่ออกมาต้องเหมือนกับเสียงที่เข้าไปมากที่สุด

Mic Preamp: เป็นวงจรแบบ dual-impedance ที่ใช้เทคโนโลยี SuperAnalogue™ ให้ bandwidth ที่กว้างมาก noise ต่ำจนเกือบถึงขีดจำกัดในทางทฤษฎี และ distortion ต่ำจนแทบวัดไม่ได้ ซึ่ง SSL อธิบายว่าเหมือนพา Sound Engineer ไปยืนอยู่ในห้องเดียวกับนักดนตรี พูดง่ายๆคือต้นทางเป็นยังไง ปลายทางก็ได้แบบนั้น

Dynamics: ยังใช้แนวทางการควบคุมและ time constant คล้ายกับตระกูล 4000 แต่เปลี่ยนมาใช้ VCA ของ Analogue Devices เบอร์ SSM 2018 ทำให้ได้ performance ที่ดีขึ้นตามแนวทางของ SuperAnalogue™

นอกจากนั้นยังมีของใหม่อีกสองอย่าง คือ Compressor ที่เลือก detect ได้ระหว่าง Peak กับ RMS (soft-knee) และปุ่ม HOLD ใน Expander ที่คุมการทำงานของ Gate และ downward expansion ได้ละเอียดขึ้น

EQ: เป็น Parametric EQ 4 band ที่สลับ curve ได้ระหว่าง G Series กับ E Series ในตัวเดียวกัน โหมด G จะได้ mid-band แบบ variable Q และเลือก shelving หรือ bell ได้ที่ย่าน HF และ LF ส่วนโหมด E จะได้คาแรคเตอร์แบบ '242 คือ mid-band เป็น constant Q และ slope ของย่าน HF น้อยกว่าโหมด G พูดง่ายๆคือรุ่นนี้รวมทั้งสองคาแรคเตอร์ของตระกูล 4000 ไว้ในคอนโซลตัวเดียว

↗ constant Q กับ variable Q ต่างกันตรงไหน

ศิลปินที่บันทึกเสียงผ่านรุ่นนี้: Dr. Dre, Jay-Z, Nas, DMX, Mary J. Blige, Nicki Minaj, Metallica, Wyclef Jean

ห้องอัดที่ใช้รุ่นนี้: Abbey Road, Metropolis, Real World, The Record Plant

สัมผัสคาแรคเตอร์นี้ได้จาก: ปลั๊กอิน Channel Strip 2, Super 9000 SuperAnalogue™ Channel Strip (แร็ค 19 นิ้ว 1U ออกปี 2025)

Duality (2006): SuperAnalogue™ และ VHD ที่ยัดให้อยู่ใน Channel เดียวกัน

เป็นรุ่นที่เลือกได้ตั้งแต่เสียง clean และใสไปจนถึงเสียงที่อุ่น หนา และมีคาแรคเตอร์จากการ drive

โดย 9000 Series ตัวสุดท้ายผลิตเสร็จในปี 2006 และ Duality ก็มารับช่วงต่อเป็นคอนโซล flagship ตัวใหม่ ซึ่ง Duality ใส่ทั้งเสียง clean แบบ SuperAnalogue™ และเสียงที่มีคาแรคเตอร์แบบ VHD ไว้ใน Channel เดียวกัน โดยสามารถเลือกใช้ได้ทีละ Channel และยังเพิ่มระบบ DAW Control แบบหลายเลเยอร์เข้ามาด้วย โดย Duality สามารถทำงานได้ทั้ง analogue ทั้งเป็นตัวควบคุม DAW ได้อีกด้วย

Mic Preamp: โหมด SuperAnalogue™ ให้ phase ที่เกือบเป็นเส้นตรง frequency response แบนราบ โดยมีค่า THD อยู่ที่ 0.005% และ noise floor ต่ำมาก ส่วน Variable Harmonic Drive™ (VHD) จะเติม harmonic ลำดับที่สอง ลำดับที่สาม หรือผสมทั้งสองแบบ ตาม knob VHD และความแรงของ harmonic จะขึ้นกับ gain ที่ป้อนเข้าไป ถ้าป้อนน้อยจะได้ความอุ่นแบบหลอดหรือความคมแบบ transistor ถ้าป้อนมากจะได้เสียงแตกแบบดิบไปเลย

Dynamics: เปลี่ยนมาใช้ VCA ของ THAT เบอร์ 2181A แทนชิป SSM ที่เลิกผลิตไปแล้ว แต่ time constant และการออกแบบยังเหมือน 9000 Series แทบทุกอย่าง คือมี Compressor ที่สลับ RMS กับ Peak Sense ได้, Gate ที่ปรับ Hold time ได้ และ Expander พร้อมฟังก์ชัน Side Chain Listen

EQ: ใช้ '242 "Black Knob" ที่สลับ curve ได้ทั้ง E และ G ส่วนย่าน HF และ LF สามารถสลับระหว่าง shelving กับ bell แบบ fixed-Q ได้ ส่วน HMF และ LMF เป็น knob แบบ parametric ที่สามารถปรับค่าได้ High-Pass Filter เป็นแบบ 3rd-order 18 dB/octave และ Low-Pass Filter เป็นแบบ 2nd-order 12 dB/octave

ศิลปินที่มี Duality ในห้องส่วนตัว: Trent Reznor, Dr. Dre, Eminem, The Chemical Brothers

สัมผัสคาแรคเตอร์นี้ได้จาก: Super 9000 SuperAnalogue™ Channel Strip, โมดูล 500 Series รุ่น VHD+ Pre

ORIGIN (2019): คอนโซล Analogue แบบแท้ๆ

เป็นรุ่นที่สามารถให้เสียงที่มี clean และมีรายละเอียดที่ชัด ไปจนถึงเสียงที่อุ่นและมี harmonic จากการ drive

โดย ORIGIN เปิดตัวที่งาน AES ใน New York ในปี 2019 โดยตั้งใจรวม workflow ของคอนโซล analogue แบบ SSL ยุคตำนานมา เข้ากับห้องอัดยุคใหม่ที่ทำงานร่วมกับ DAW เป็นหลัก ซึ่งยังเป็นคอนโซลแบบ In-Line ที่มี 16 bus, EQ แบบ E Series และ Bus Compressor ตัวดังอยู่ครบ

↗ In-Line คืออะไร

Mic Preamp: เป็นวงจร PureDrive™ ที่สร้างจาก transistor แบบ discrete โดยใช้ FET ยุคใหม่ โดยโหมด Pure จะให้เสียงที่ clean มาก และมี noise ที่ต่ำ ตอบสนองเร็ว ตามแนวทางของ SuperAnalogue™ ส่วนโหมด Drive จะเติม saturation แบบ non-linear ที่เพิ่มขึ้นตาม gain

Center Section: เว้นช่องแร็ค 19 นิ้วไว้ให้ใส่อุปกรณ์เพิ่มเองได้ ไม่ว่าจะเป็น outboard, DAW Controller หรือแร็ค 500 Series สำหรับโมดูลก็ใส่ได้ ส่วน Bus Compressor ตัวดังก็ยังอยู่ที่ Center Section เหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือมี ratio ให้เลือกเพิ่ม และมี insert return กับ sidechain filter ในตัว

EQ: ทุก Channel ใช้ '242 E Series ตัวเดียวกับที่พัฒนาร่วมกับ George Martin ให้ AIR Studios ในปี 1983 ซึ่ง boost/cut ได้ ±18 dB (ของเดิมอยู่ที่ ±15 dB) High-Pass Filter ชัน 18 dB/octave ปรับความถี่ได้อิสระ และสลับ bell กับ shelf ได้ที่ย่าน HF และ LF

ห้องอัดที่ใช้รุ่นนี้: Blackbird Studios, Republic Records, Abbey Road Institute, Mix LA ของ Chris Lord-Alge, ห้องส่วนตัวของ Tom Lord-Alge

สัมผัสคาแรคเตอร์นี้ได้จาก: คอนโซล ORIGIN, PURE DRIVE QUAD, PURE DRIVE OCTO, โมดูล Stereo Bus Compressor แบบ 500 Series

Oracle (2025): คอนโซล Analogue ที่สามารถ Recall ได้ทุกส่วน

เป็นรุ่นที่ให้เสียงได้ตั้งแต่แบบ SuperAnalogue™ ไปจนถึงเสียงที่มี harmonic หนาจากการ drive

ปัญหาที่อยู่กับคอนโซล analogue มาตลอดก็คือการ Recall เช่น เลิกงานวันนี้แล้วพรุ่งนี้กลับมาทำต่อ ต้องจดค่าทุกปุ่มไว้แล้ว วันต่อมาต้องกลับมาหมุนกลับเองทีละตัว ยิ่งคอนโซลใหญ่ยิ่งใช้เวลา ซึ่ง SSL คิดเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ปี 1985 แต่ตอนนั้นติดทั้งเรื่องต้นทุนและเทคโนโลยี จนมาทำได้สำเร็จใน Oracle ซึ่งเป็นคอนโซล analogue ตัวแรกของ SSL ที่ Recall ได้ทั้งตัว และเปิดตัวที่ Real World Studios ของ Peter Gabriel

Mic Preamp: สร้างจาก FET ยุคใหม่ noise ต่ำมาก ตอบสนองเร็ว ใช้ PURE DRIVE เวอร์ชันล่าสุดที่ให้ gain แบบ clean ได้ถึง 75 dB พร้อมปุ่ม Drive แยกต่างหากสำหรับเติม saturation ที่ผสม harmonic ลำดับที่สองกับสามได้ตามต้องการ

THE BUS+ และ Dynamics: Oracle ไม่มี Dynamics ใน Channel Strip เหมือนกับคอนโซล AWS แต่ใส่ THE BUS+ ที่ Recall ได้ทุกส่วนมาแทน มีทั้ง Dynamic EQ แบบ analogue, saturation แบบ '4K' ให้เลือก 10 ระดับ และ Compressor ที่สลับได้ระหว่าง VCA แบบ feed-forward กับแบบ feed-back ที่ compress ได้นุ่มกว่า โดยส่ง THE BUS+ ไปวางที่ Main Bus ทั้งสี่, Stereo Group ทั้งแปด หรือ Track Bus ทั้งสิบหกเส้นก็ได้ และยังส่ง Listen Mic Compressor ออกไปที่ Patchbay เพื่อใช้กับเสียงจากภายนอกได้ด้วย

↗ feedback กับ feed-forward ต่างกันยังไง

EQ: ทุก Channel ใช้ '242 "Black Knob" ที่อยู่ในคอนโซล SSL แทบทุกรุ่นมาตั้งแต่ 4000 E สลับคาแรคเตอร์ได้ระหว่าง E Series ที่เป็น constant Q ซึ่งให้เสียงแบบ aggressive กับ G Series ที่เป็น variable Q ซึ่งให้เสียงแบบ smooth นอกจากนั้นยังมีของใหม่คือฟังก์ชัน band solo ที่ตัดทุกอย่างนอกย่านที่เลือกออก ช่วยหาความถี่ที่ต้องการได้เร็วกว่าการกวาดหาแบบเดิมมาก นอกจากนั้นยังย้าย EQ ไปมาระหว่าง Small Fader กับ Large Fader แล้ว Recall กลับมาได้ทันที และลิงก์ Channel คู่คี่เข้าด้วยกันสำหรับงาน stereo ได้

↗ ที่มาของ EQ '242 ในยุค 4000 E

ActiveAnalogue™: คือส่วนที่ทำให้ Oracle Recall ค่าทุกอย่างบนคอนโซลกลับมาได้จริง ทั้งที่เส้นทางสัญญาณยังเป็น analogue ทั้งหมด นอกจากนั้น Oracle ยังมาพร้อม mid/side processing และมิเตอร์ที่สลับได้ระหว่างแบบ plasma กับ VU

สัมผัสคาแรคเตอร์นี้ได้จาก: คอนโซล Oracle, PURE DRIVE QUAD, PURE DRIVE OCTO

Odyssey: คอนโซลตัว flagship ที่รวมทุกอย่างไว้ในตัวเดียว

Odyssey คือคอนโซล analogue ตัว flagship ของ SSL ในตอนนี้ และเป็นตัวที่รวมทุกอย่างที่เราไล่มาตั้งแต่บทความแรกไว้ด้วยกัน ทั้ง EQ ที่สลับ E กับ G ได้, Dynamics ที่กลับมาอยู่ครบทุก Channel, Mic Preamp แบบ PureDrive™ และการ Recall ได้ทุกส่วนทั้งคอนโซลแบบ Oracle

EQ: ทุก Channel เป็น Parametric EQ 4 band แบบ analogue ที่สลับคาแรคเตอร์ได้ระหว่าง E Series กับ G Series เลือก shelf หรือ bell ได้ที่ย่าน HF และ LF สลับ Q ของ mid-band ได้ และย้าย EQ ไปมาระหว่าง Small Fader กับ Large Fader ได้

Dynamics: แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือ Compressor/Limiter ที่ attack ปรับตามสัญญาณที่เข้ามาเอง สลับ Fast Attack ได้ เลือก detect ได้ทั้ง RMS และ Peak และมี Wet/Dry Mix สำหรับทำ parallel compression ได้ใน Channel เลย ส่วนที่สองคือ Expander/Gate ที่เลือกได้ระหว่างโหมด Gate แบบ Inf:1 กับ Expansion แบบ 2:1

Center Section: มี Main Mix Bus 4 เส้น คุมด้วย Main Fader มอเตอร์ขนาด 100 mm ที่สลับได้ทั้ง 4 เส้น, Track Bus 16 เส้น, Aux Bus 10 เส้นที่ใช้เป็น mono หรือจับคู่เป็น stereo ได้, Stereo Group 8 ชุดที่มี Fader ของตัวเองและทำ Image กับ MS ได้, VCA สูงสุด 24 ชุด และ Foldback 3 ชุดแยกอิสระ

THE BUS+: ติดมาในคอนโซล เลือกโหมดการทำงานได้หลายแบบ ทั้ง LOW THD, Feedback และ '4K' Saturation พร้อม Dynamic EQ และ Transient Expander

O-Motion: Odyssey ใช้งานคู่กับซอฟต์แวร์ของ SSL เอง โดย O-Motion จะเอา Automation ของคอนโซลเข้าไปอยู่ใน DAW สามารถ write, play back และ edit parameter ของคอนโซลได้จาก Automation Playlist ของ Pro Tools หรือ Lane ของ Logic Pro โดยตรง

งาน Immersive: Odyssey ทำงานร่วมกับ Dolby Atmos Renderer ได้ คือส่งสัญญาณที่ผ่านวงจร analogue ของคอนโซลแล้วไปมอนิเตอร์ในระบบ immersive โดย pan เป็น Object จาก DAW และ Recall ค่ากลับมาแก้งานรอบถัดไปได้

สัมผัสคาแรคเตอร์นี้ได้จาก: คอนโซล Odyssey

↗ ย้อนไปอ่านตอนที่ 1: ยุค 4000

ขอบคุณข้อมูลจาก: https://solidstatelogic.com/channel-strip-guide

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด →
SSL UC1 นำ Console Workflow มาไว้ในรูปแบบ Controller
Solid State Logic

SSL UC1 นำ Console Workflow มาไว้ในรูปแบบ Controller

SSL UC1 ฮาร์ดแวร์ควบคุมปลั๊กอินที่ออกแบบเหมือน Channel Strip บนคอนโซล SSL มี Knob แยกทุกฟังก์ชัน พร้อม 360° Link ที่ควบคุมปลั๊กอินของแบรนด์อื่นได้

SSL Alpha 8 Audio Expander ที่ตอบโจทย์ทุกการทำงาน
Solid State Logic

SSL Alpha 8 Audio Expander ที่ตอบโจทย์ทุกการทำงาน

ALPHA 8 คือตัวแปลงสัญญาณ AD/DA 32-bit / 192 kHz ขนาด 1U ของ SSL ใช้เป็น Expander เพิ่มช่อง Analogue 8 in / 8 out ให้ audio interface เดิมผ่าน ADAT และ S/PDIF หรือต่อคอมผ่าน USB-C แล้วใช้เป็น audio interface 18 in / 18 out ก็ได้

SSL Channel Strip เสียงของแต่ละยุคต่างกันตรงไหน (ตอนที่ 1: ยุค 4000)
Solid State Logic

SSL Channel Strip เสียงของแต่ละยุคต่างกันตรงไหน (ตอนที่ 1: ยุค 4000)

โดยบทความนี้เราจะเริ่มกันที่ตระกูล 4000 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ SSL และยังถูกใช้ต่อมานานกว่า 40 ปี โดยมีสามรุ่นคือ B (1976), E (1979) และ G (1987) และแต่ละรุ่นไม่ได้เปลี่ยนแค่หน้าตาเท่านั้น แต่เขาได้เปลี่ยนวงจรข้างในด้วย