SSL Fusion ทุกฟังก์ชัน อยากใช้แบบมืออาชีพต้องอ่าน
ไล่ทุกฟังก์ชันของ SSL Fusion ตั้งแต่ INPUT TRIM, HPF, Vintage Drive, Violet EQ, HF Compressor, Stereo LMC, Stereo Image, Transformer, Insert และ Bypass

รายการประกวดร้องเพลงชื่อดังของฝรั่งเศส The Voice – La plus belle voix ปิดฉากซีซั่นที่ 15 ไปเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยผู้ชนะคือ Lady O นักร้องวัย 19 ปีจาก Switzerland รายการนี้ออกอากาศทางช่อง TF1 และเบื้องหลังงานเสียงทั้งหมดขับเคลื่อนด้วยคอนโซล Solid State Logic Live L550 Plus ถึง 4 เครื่อง แบ่งเป็นสองเครื่องสำหรับ Broadcast หนึ่งเครื่องที่ FOH และอีกหนึ่งเครื่องสำหรับ Monitor ทั้งหมดเชื่อมต่อถึงกันผ่านระบบ Blacklight II MADI ของ SSL โดยมี Algam Enterprise เป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ และ S Group ผู้เชี่ยวชาญด้านงานแสดงสดและการออกแบบติดตั้งระบบจากเมือง Alès ประเทศฝรั่งเศส เป็นผู้ดูแลระบบการออกอากาศทั้งหมด
แทนที่จะนำงานทั้งหมดมารวมไว้ที่คอนโซลไม่กี่เครื่อง ทีมงานเลือกกระจายหน้าที่ออกไปยัง L550 Plus ทั้ง 4 เครื่อง โดยแต่ละเครื่องมีบทบาทชัดเจน เริ่มจากฝั่ง Monitor ที่ทำหน้าที่ดูแลนักดนตรีและนักร้องโดยตรง
ผมใช้คอนโซล Monitor เป็นตัวส่งสัญญาณต้นทางออกไปทั้งหมด หลัก ๆ คือทุกอย่างที่เกี่ยวกับวงออเคสตราและดนตรี และเป็นตัวเซ็ต Gain ให้พวกเราทุกคน
Jean-Marc Aringoli — Broadcast and Live Sound Engineer, The Voice France
ตำแหน่งอื่น ๆ จะรับสัญญาณ Digital ที่พร้อมมิกซ์ต่อได้ทันที ทำให้เส้นทางสัญญาณสะอาดและสม่ำเสมอตลอดทั้งระบบ
ส่วนในห้อง Audio Control Room ที่ Studio du Lendit ใน Paris คอนโซล Broadcast สองเครื่องจะแบ่งงานกัน เครื่องแรกดูแลมิกซ์ดนตรีเป็นหลัก
อีกเครื่องหนึ่งทำหน้าที่ Final Mix โดยรับ Stereo Output จากคอนโซลดนตรีมา แล้วค่อยวางเสียงร้อง เสียงประสาน เครื่องดนตรีเสริม และองค์ประกอบอื่น ๆ ที่รายการโทรทัศน์ต้องใช้ซ้อนขึ้นไป
Jean-Marc Aringoli
การแยกงานออกเป็นสองส่วน คือเครื่องหนึ่งมิกซ์ดนตรี อีกเครื่องรวมทุกอย่างเป็นมิกซ์สุดท้าย ทำให้ทีมปรับแต่งแต่ละส่วนได้อย่างอิสระ และคุมให้เสียงร้องซึ่งเป็นพระเอกของรายการเด่นอยู่หน้ามิกซ์เสมอ
และการแบ่งงานแบบนี้เองที่ทำให้ Aringoli ตอบสนองกับสิ่งที่สำคัญที่สุดได้ทันที เพราะเสียงร้องของผู้เข้าแข่งขันถูกตัดสินทั้งจากกรรมการในสตูดิโอและผู้ชมทางบ้าน เสียงร้องจึงต้องชัดและอยู่หน้ามิกซ์ตลอดเวลา
สิ่งเดียวที่ผมคุม Preamp เองจาก FOH คือเสียงร้อง นั่นคือสิ่งที่ผมต้องมีเพื่อให้ตอบสนองได้เร็วมาก ๆ เพราะการคุม Gain ได้เอง ทำให้ผมส่งระดับเสียงที่สม่ำเสมอตามข้อกำหนด Loudness ของงาน Broadcast ได้
Jean-Marc Aringoli
เมื่อฝั่ง Monitor เป็นเจ้าของ Gain ของวงออเคสตราทั้งหมด ฝั่ง FOH และ Broadcast ก็มีอิสระเต็มที่ที่จะโฟกัสอยู่กับเสียงร้องเพียงอย่างเดียว

การเชื่อมคอนโซลทั้ง 4 เครื่องผ่าน Blacklight II MADI ให้อะไรมากกว่าแค่การ Routing ที่ง่ายขึ้น เพราะมันเปลี่ยนคอนโซล 4 เครื่องให้กลายเป็นระบบเดียวที่มีความเสถียรสูง สามารถแชร์แหล่งสัญญาณและการประมวลผลเสียงระหว่างกันได้ทันทีระหว่างโชว์
การแชร์ทรัพยากรร่วมกันบน SSL เป็นเรื่องง่ายมาก เพราะเราแชร์ผ่าน MADI กันอยู่แล้ว
Jean-Marc Aringoli
ระบบใช้ Fibre สองเส้นแบบ Redundant วิ่งจากเวที และหากเกิดปัญหาขึ้นกลางรายการ ฝั่ง Broadcast สามารถดึงมิกซ์ออเคสตราและไมค์ที่เปิดอยู่มาจาก Core ได้โดยตรง พร้อม Reverb ที่เตรียมไว้ล่วงหน้าตลอดเวลา
มันคือวิธีทำสำเนาแหล่งสัญญาณของเราและทำให้ทุกอย่างปลอดภัยขึ้น
Jean-Marc Aringoli
ลิงก์เดียวกันนี้ยังทำให้ Engineer แต่ละคนช่วยงานกันได้แบบ Real-time เช่นครั้งหนึ่งที่ Monitor Engineer กำลังยุ่งอยู่กับงานตรงหน้าจนไม่มีมือว่าง Aringoli ก็ส่ง Effect ข้ามเน็ตเวิร์กไปเปิดให้ศิลปินแทนได้ทันที ทีมยังสร้าง Premix ของกลุ่มเครื่องสายเพื่อแบ่งเบางานฝั่ง FOH โดยส่งเครื่องสายที่รวมแล้วเพียง 4 แชนแนล แทนที่จะเป็น 20 แชนแนลแยก
การแลกเปลี่ยนแบบนี้เป็นไปได้หมด และเราต่อยอดไปสู่การสำรองระบบผ่านการแลกเปลี่ยนระหว่างคอนโซลได้อีกมากมาย
Jean-Marc Aringoli
The Voice เป็นรายการสด Aringoli จึงให้ความสำคัญกับคอนโซลที่ยืดหยุ่นและตอบสนองได้เร็ว
ความง่ายของคอนโซลตัวนี้อยู่ตรงที่เราดึงสัญญาณกลับมาไว้ตรงไหนก็ได้อย่างรวดเร็ว และด้วยระบบ Multi-layer เราจัด Layout ของตัวเองให้เป็นระเบียบ หาอะไรก็เจอง่าย และตามโชว์ได้อย่างต่อเนื่องที่สุด
Jean-Marc Aringoli
และเพราะเสียงร้องต้องอยู่หน้ามิกซ์เสมอ:
บ่อยครั้งผมต้องโอบเสียงร้องให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เสียงที่ออกอากาศไปดูแพงที่สุด เรามี Effect จำนวนหนึ่งอยู่ในคอนโซล และทั้งหมดถูกเก็บไว้ในเครื่องเลย
Jean-Marc Aringoli

สำหรับวงออเคสตรา Aringoli ใช้ Effect ภายในคอนโซลทั้งหมด
ทุกอย่างทำภายในเครื่องด้วย Effects Rack ทั้งวงออเคสตราถูกจัดการด้วย Effect ทั้งฝั่ง Dynamics และ Effect ตรง ๆ อย่าง Reverb, Gate, Delay ต่าง ๆ ไอเดียคือผมสร้าง Effects Rack ที่ควบคุม Delay ทั้งหมดด้วย Tempo ที่กำหนดได้ แล้ว Trigger จากปุ่มที่ผม Assign ไว้
Jean-Marc Aringoli
ส่วนฝั่ง Broadcast สัญญาณทุกแหล่งจะวิ่งผ่าน Stems ของ L550 Plus ซึ่งถูกประมวลผลซ้ำอีกชั้น ทั้ง Dynamics และ EQ
ตรงนั้นอาจเป็นการประมวลผลภายนอกด้วย เพราะเรามี A/D Rack ที่ Insert อุปกรณ์เข้าไปได้ ไอเดียคือทำให้ทั้งเชนอยู่ใน Phase เดียวกันในภาพรวม จากนั้น Stems ทั้งหมดจะวิ่งเข้า Master ซึ่งถูกประมวลผลทั้งภายในและภายนอกอีกที ทั้งเรื่อง Dynamics การแก้ไขเสียง หรือผ่าน Insert ที่วางไว้บนเชน
Jean-Marc Aringoli
โจทย์ใหญ่ที่สุดของงานนี้คือส่งเสียงที่สะอาดที่สุดออกอากาศให้ได้ตามข้อกำหนด Loudness ของ Broadcast ท่ามกลาง SPL ที่สูงมากของระบบเสียงในสตูดิโอ
ฝั่ง FOH เราคือระบบคอนเสิร์ตจริง ๆ ระดับเสียงสูงมาก ซึ่งเป็นความต้องการของทั้งฝ่ายโปรดักชันและ Music Director เพราะโค้ชของเราทุกคนแสดงสดกันจริง ๆ พวกเขาชินกับระดับเสียงแบบนั้น และเราต้องจัดให้ได้ตามนั้น เราเลยทำงานกันที่ระดับเสียงค่อนข้างดัง
Jean-Marc Aringoli
ด้วยเพลงที่ซ้อมไว้มากถึง 130 เพลง โดยแต่ละเพลงบันทึกค่าคอนโซลไว้เป็น Snapshot Scene Aringoli จึงพึ่งพาฟังก์ชัน Query (เครื่องมือตรวจสอบเส้นทางสัญญาณและระดับเสียงของแต่ละจุดได้ทันทีจากหน้าคอนโซล) ทุกครั้งที่เรียก Scene ถัดไป
ผมเช็คด้วย Query ที่ Send ของผมได้เร็วมาก ว่าอะไรกำลังจะถูกส่งไป เช่นใน Auxiliary ที่ไปเข้า Effect มันทำให้ผมเช็คได้ไวว่าอะไรกำลังเข้า Stem ของผม แล้วปรับ Level ใหม่ได้ง่าย ๆ ผมเห็นเลยว่าสมดุลของเครื่องดนตรีแต่ละตัวเป็นยังไง แล้ว Rebalance ได้ทันทีโดยไม่หลุดจากมิกซ์ที่กำลังคุมอยู่ Query จึงเป็นเครื่องมือที่ดีมาก ๆ
Jean-Marc Aringoli
ความยืดหยุ่นของคอนโซล 4 เครื่องที่เชื่อมถึงกันทั้งหมดนี้เอง คือเหตุผลที่แพลตฟอร์ม SSL Live เข้ากับงานโทรทัศน์แนว Live Entertainment ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
การได้เห็นคอนโซลของเราถูกนำไปใช้ในสภาพแวดล้อม Broadcast ที่กดดันสูงอย่าง The Voice ได้สำเร็จขนาดนี้ คือข้อพิสูจน์ความยืดหยุ่นของแพลตฟอร์มจริง ๆ โปรดักชันระดับนี้ผลักดันเทคโนโลยีไปในทิศทางใหม่ ๆ อยู่ตลอด และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้การทำงานกับระบบ SSL Live คุ้มค่ามาก
Philippe Guerinet — International Sales Director, Solid State Logic

Vintage Studio เป็นตัวแทนจำหน่าย Solid State Logic อย่างเป็นทางการในประเทศไทย สอบถามสเปก ราคา และนัดทดลองเครื่องได้
ขอบคุณข้อมูลจาก: https://solidstatelogic.com/media/solid-state-logic-live-l550-plus-consoles-deployed-in-high-profile-broadcast-series-the-voice
ไล่ทุกฟังก์ชันของ SSL Fusion ตั้งแต่ INPUT TRIM, HPF, Vintage Drive, Violet EQ, HF Compressor, Stereo LMC, Stereo Image, Transformer, Insert และ Bypass
SSL UC1 ฮาร์ดแวร์ควบคุมปลั๊กอินที่ออกแบบเหมือน Channel Strip บนคอนโซล SSL มี Knob แยกทุกฟังก์ชัน พร้อม 360° Link ที่ควบคุมปลั๊กอินของแบรนด์อื่นได้
ALPHA 8 คือตัวแปลงสัญญาณ AD/DA 32-bit / 192 kHz ขนาด 1U ของ SSL ใช้เป็น Expander เพิ่มช่อง Analogue 8 in / 8 out ให้ audio interface เดิมผ่าน ADAT และ S/PDIF หรือต่อคอมผ่าน USB-C แล้วใช้เป็น audio interface 18 in / 18 out ก็ได้