top of page

Winchester Audio Barn เปิดตัวพร้อมใช้คอนโซล SSL Duality Fuse

การเปิดตัว Winchester Audio Barn สตูดิโอบันทึกเสียงระดับไฮเอนด์ที่ใช้เวลาพัฒนาเกือบสามปี ซึ่งเป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างเสน่ห์แบบเรโทรกับเทคโนโลยีล้ำสมัย Audio Barn คือสถานที่ที่ “จิตวิญญาณแห่งวินเทจ” หลอมรวมเข้ากับ “เสียงสมัยใหม่” อย่างแท้จริง


ตัวสตูดิโอเองติดตั้งด้วย Solid State Logic Duality Fuse 48-channel SuperAnalogue™ mixing console, พร้อมด้วยอุปกรณ์วินเทจภายนอก (outboard gear), ไมโครโฟน, เครื่องดนตรี และแอมป์คลาสสิกครบชุด ทั้งหมดอยู่ในโครงสร้างที่ยืดหยุ่นซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับการผลิตเสียงในทุกรูปแบบ นอกจากนี้ Audio Barn ยังมีแพ็กเกจที่พักหลากหลายรูปแบบผ่านพันธมิตรท้องถิ่นที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อรองรับทุกระดับของผู้มาใช้บริการ


ree

สตูดิโอแห่งใหม่นี้เป็นผลงานสร้างสรรค์ของ Niall Holden ผู้ก่อตั้งบริษัท VDC Trading ซึ่งเป็นทั้งผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสายเคเบิล Van Damme Cable แบรนด์ชั้นนำของวงการที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในทั้งโลกดนตรีและงานแสดงสด ด้วยคุณภาพด้านเสียงระดับยอดเยี่ยม และยังเป็นแบรนด์ที่สตูดิโอชื่อดังระดับโลกอย่าง Abbey Road เลือกใช้แต่เพียงรายเดียว


การออกแบบอะคูสติกของ Audio Barn ได้รับการดูแลโดย Chris Walls จากบริษัท Level Acoustic Design ส่วนการออกแบบและติดตั้งระบบเทคนิคทั้งหมดเป็นผลงานของ Bill Ward จาก Langdale Technical Consulting ซึ่งยังคงมีส่วนร่วมกับการดำเนินงานของสตูดิโอในระยะยาวอีกด้วย

ในขณะเดียวกัน บุคคลสำคัญในวงการดนตรีอย่าง Stuart Bruce ได้เข้าร่วมทีมในตำแหน่งหัวหน้าวิศวกรเสียง เขามาพร้อมประสบการณ์มากมายจากการทำงานร่วมกับศิลปินและสตูดิโอระดับโลกนับไม่ถ้วน ตั้งแต่โปรเจ็กต์การกุศลระดับตำนานอย่าง Band Aid ไปจนถึงการร่วมงานกับ Stevie Wonder และศิลปินชั้นนำอีกมากมายตลอดเส้นทางอาชีพของเขา


ree

สืบสานตำนานของ SSL

ทั้ง Bruce ในฐานะวิศวกรเสียง และ Ward ในฐานะผู้ออกแบบระบบ ต่างก็มีความสัมพันธ์อันยาวนานกับบริษัท SSL และมิกเซอร์ของแบรนด์นี้ ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980 ในช่วงที่ทั้งคู่ทำงานอยู่ที่ Sarm Studios กรุงลอนดอน

“พวกเราทำงานร่วมกับ SSL มาอย่างใกล้ชิดตลอดหลายปีที่ผ่านมา” Bruce วิศวกร โปรดิวเซอร์ และผู้สอนด้านเสียง กล่าว “เมื่อคุณต้องเลือกคอนโซลสำหรับสตูดิโอเชิงพาณิชย์ คุณต้องการสิ่งที่แข็งแกร่ง เชื่อถือได้ และให้คุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเป็นอุปกรณ์ที่คุณสามารถพูดได้อย่างภาคภูมิใจว่า ‘ฉันรักมันจริง ๆ’ และนั่นเองคือเหตุผลที่ Audio Barn ตัดสินใจเลือก Duality Fuse จาก SSL”


ความเป็นคู่ของปรีไมค์: SuperAnalogue™ และ VHD

หลังจากได้มีโอกาสทดลองใช้คอนโซลใหม่ในหลาย ๆ เซสชันระหว่างที่สตูดิโอใกล้เสร็จสมบูรณ์ Bruce กล่าวว่า “ผมชอบเสียงของมันมาก โดยเฉพาะปรีไมค์แบบ SuperAnalogue™ / Variable Harmonic Drive (VHD) ที่สามารถสลับโหมดได้ วิธีที่คุณสามารถเซ็ตเสียงกลองขึ้นมา แล้วเพียงแค่สลับปรีไมค์ทั้งหมด ก็จะได้คาแรกเตอร์ของเสียงที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง มันยอดเยี่ยมมาก ผมไม่รู้ว่ามีคอนโซลตัวไหนที่ทำได้แบบนี้อีกแล้ว”

ปรีแอมป์แบบ SuperAnalogue™ ให้ความชัดเจนและพลังเสียงที่น่าทึ่ง ด้วยระดับสัญญาณรบกวนที่ต่ำเป็นพิเศษและเฟสชิฟต์ที่น้อยมากทั่วทั้งย่านความถี่ที่ได้ยิน ส่วนปรีแบบ VHD ช่วยให้วิศวกรสามารถปรับโทนเสียงได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มฮาร์มอนิกอันดับสองเพื่อให้ได้โทนอุ่นแบบหลอด หรือเพิ่มฮาร์มอนิกอันดับสามเพื่อให้ได้โทนแข็งแบบทรานซิสเตอร์


ree

มาตรฐานระดับมืออาชีพสำหรับเวิร์กโฟลว์แบบคลาสสิกและไฮบริด


ก่อนหน้านี้ Bruce ยังไม่เคยทำงานกับ Duality Fuse อย่างจริงจังมาก่อน และเมื่อได้ลองใช้งาน เขาพบว่าคอนโซลรุ่นนี้แตกต่างจากซีรีส์ก่อนหน้าของ SSL ที่เขาเคยใช้ โดยมีฟังก์ชันการทำงานที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งเวิร์กโฟลว์แบบไฮบริดในยุคปัจจุบัน และรูปแบบการทำงานแบบดั้งเดิมในการบันทึกและมิกซ์เสียง

“คุณสามารถแยกเส้นทางสัญญาณของแต่ละแชนเนลได้ ซึ่งช่วยให้เลือกสัญญาณอินพุตจากเส้นทางของแชนเนลในช่วงต้นสัญญาณ หรือก่อนเฟดเดอร์ แล้วแทนที่ด้วยสัญญาณที่ส่งกลับมาจาก DAW ได้ ถ้าผมต้องการทำงานแบบไฮบริด ผมแค่กดปุ่ม ‘Focus’ จากนั้นเฟดเดอร์, ปุ่มควบคุม V-pot และแผงควบคุมหลักของคอนโซลก็จะสามารถควบคุมองค์ประกอบหลักในเซสชันของ Pro Tools ได้ทันที พร้อมหน้าจอที่ให้ภาพตอบสนองแบบเรียลไทม์


Duality มีความรวดเร็วและยืดหยุ่นมาก ถ้าคุณตั้งระบบให้ถูกต้อง คุณสามารถทำมิกซ์คร่าว ๆ ของเพลงออกไปทำงานต่อข้างนอกได้เลย เพราะคุณได้บาลานซ์เสียงที่ดีไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการบันทึกแล้ว”


พื้นที่โปรดักชันที่เปี่ยมด้วยความยืดหยุ่น


ree

Audio Barn ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงความยืดหยุ่นสูงสุดในการผลิตงานเสียง ภายในพื้นที่บันทึกมีไมโครโฟนและไทไลน์มากกว่า 250 เส้น พร้อมแผงเชื่อมต่อเสียงแบบสั่งทำพิเศษติดตั้งอยู่บนทุกผนังของห้องบันทึกหลักและระเบียง ซึ่งระเบียงนั้นยังได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันให้ลึกเพียงพอสำหรับการวางชุดกลองได้อีกด้วย

ทุกห้องบันทึกในสตูดิโอมีไลน์กีตาร์ทั้งระดับสัญญาณสูงและต่ำแยกเฉพาะ ช่วยให้สามารถเล่นและบันทึกเสียงกีตาร์กับแอมป์ได้หลากหลายรูปแบบและตำแหน่ง รวมถึงในตู้แอมป์แบบสั่งทำพิเศษสองจุด

อาคารใหม่แห่งนี้ยังประกอบด้วย ร้านอาหาร บาร์ และพื้นที่จัดอีเวนต์แบบมัลติฟอร์แมต ที่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมได้มากถึง 250 คน พร้อมเวทีขนาดใหญ่เพียงพอสำหรับวงดนตรี 7 ชิ้น พื้นที่นี้ถูกออกแบบให้รองรับทั้งงานในวงการเสียงและงานอีเวนต์ทั่วไป โดยเชื่อมต่อกับห้องควบคุมผ่านทั้งระบบเครือข่าย Dante และสายสัญญาณอนาล็อก รวมถึงมีระบบเชื่อมต่อเพิ่มเติมสำหรับการใช้งานกล้องวิดีโอหลายตัวทั่วพื้นที่จัดงาน

“เราสามารถจัดการแสดงสดพร้อมถ่ายทำด้วยกล้อง 6 ตัวในสถานที่ แล้วมิกซ์เสียงแบบอนาล็อกด้วย Duality Fuse ได้พร้อมกัน ขณะเดียวกันก็สามารถทำวิชันมิกซ์ (vision mix) ในอีกห้องหนึ่งเพื่อส่งสัญญาณออกอากาศได้ทันที และหากผู้ผลิตรายการภายนอกต้องการถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตจากพื้นที่หลักหรือในสตูดิโอ ก็สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบภายนอกได้โดยตรง เพราะเรามีการเตรียมจุดเชื่อมต่อทั้งไฟฟ้า ดิจิทัล และอนาล็อกสำหรับรถถ่ายทอดสด (OB Truck) ไว้เรียบร้อยแล้ว”


ขอบคุณข้อมูลจาก :

 
 
 

ความคิดเห็น


ห้องอัดเสียง Vintage Studio กรุงเทพมหานคร

จำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับการอัดเสียงคุณภาพ

CONTACT US

35 Udomsuk27 Sukhumvit 103 Bangkok 10260 Thailand

086-774-0077, 085-019-1915

  • Facebook
  • Instagram
  • YouTube
  • TikTok
  • Line

FB: @vintagestudiothailand

FB: @BtwinsSSL

Line ID: @vintagestudio

SSL Logo Small.jpg
bottom of page