top of page

เสียง Classic แบบ SSL ใน Immersive Mixing

  • รูปภาพนักเขียน: Vintage Studio
    Vintage Studio
  • 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

นำซาวด์ SSL แบบคลาสสิกเข้าสู่โลกการมิกซ์ Immersive โดย Richard Whittaker รีมิกซ์ผลงานระดับตำนานในระบบ Dolby Atmos ด้วย SSL U Series

Richard Whittaker ใช้คอนโทรลเลอร์ UF8, UC1 และ UF1 ร่วมกับปลั๊กอิน SSL Channel Strip และซอฟต์แวร์ SSL 360° เพื่อสร้างระบบ Virtual Console ที่ช่วยให้เขาถ่ายทอดโทนและอารมณ์ของงานมิกซ์ต้นฉบับจากคอนโซล SSL 4000 และ 9000 Series กลับมาได้อีกครั้ง สำหรับศิลปินระดับตำนาน


Richard Whittaker ผู้เชี่ยวชาญด้านงานเสียงที่ทำงานทั้งด้านการมิกซ์ รีมิกซ์ และระบบเสียงแบบ Dolby Atmos และ Spatial Audio มาแล้วมากกว่า 1,000 โปรเจกต์ ตั้งแต่งานของศิลปินระดับตำนานอย่าง The Who, Thin Lizzy และ Robin Trower ไปจนถึงศิลปินร่วมสมัยอย่าง Gabriels, Foals และ Biffy Clyro

ไม่ว่าโปรเจกต์จะเป็นแบบไหน เขามั่นใจว่าเขาสามารถทำมิกซ์ออกมาได้ตามต้องการ ด้วยชุดอุปกรณ์ Solid State Logic U Series controllers และซอฟต์แวร์ SSL 360° ที่เขาใช้งานอยู่



ริชาร์ดกล่าวว่า “ผมรีมิกซ์ผลงานระดับไอคอนิกจำนวนมาก และผมยังเป็นหนึ่งในวิศวกรเสียงกลุ่มแรกๆ ในสหราชอาณาจักรที่ได้รับการรับรองด้าน Dolby Atmos อีกด้วย”

ก่อนหน้านี้ เขาทำงานกับระบบเสียงสเตอริโอและเซอร์ราวด์มานานหลายสิบปี และก่อนหน้านั้นอีก เขายังเคยศึกษาด้าน Ambisonics และการมิกซ์เสียงเซอร์ราวด์ในมหาวิทยาลัยด้วย

เขาเคยรีมิกซ์อัลบั้มจำนวนมากของ The Who รวมถึงอัลบั้ม Quadrophenia โดยทำงานร่วมกับ บ็อบ พริดเดน วิศวกรเสียงหลักของวง ซึ่งเป็นเหมือนอาจารย์และที่ปรึกษาของเขามาตลอดหลายสิบปี

นอกจากนี้เขายังสร้าง Atmos Mix ให้กับผลงานของ The Kinks, Traffic, KISS, Greg Lake และศิลปินอีกหลายคน


การนำมรดกของ SSL มาใช้ในการรีมิกซ์ Atmos

ริชาร์ดใช้งานปลั๊กอินจำลองคอนโซล SSL รุ่นคลาสสิกอย่าง 4000 B, E, G และ 9000 Series ผ่านซอฟต์แวร์ SSL 360° ซึ่งจะแสดงผลในรูปแบบเหมือนคอนโซลจริงแบบดั้งเดิม

สิ่งนี้ช่วยให้เขาสามารถมองภาพรวมของการประมวลผลเสียงและการตัดสินใจในการมิกซ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยโฟกัสไปที่ “เสียง” และ “อารมณ์” มากกว่าการมองเพียงรูปบนหน้าจอ

ก่อนที่เขาจะเริ่มสร้างมิกซ์แบบ immersive เขามักจะเริ่มจากการสร้างโทนเสียงให้ใกล้เคียงกับเวอร์ชันสเตอริโอต้นฉบับก่อน

เขาอธิบายว่า

“แปดหรือเก้าครั้งจากสิบ เพลงพวกนี้ต้นฉบับถูกมิกซ์ผ่าน SSL 4000E/G หรือ 9000J/K Series อยู่แล้ว”

เขาบอกว่าเพียงแค่โหลด SSL G Series Channel Strip ขึ้นมา เขาก็รู้สึกว่าเหมือนเดินทางมาถึงประมาณสามในสี่ของงานแล้ว

จากนั้นเขาจะเปิดดู recall notes หรือบันทึกค่ามิกซ์เดิม และตั้ง EQ ต่าง ๆ ให้ตรงกับที่จดไว้ให้มากที่สุด

เขากล่าวว่า

“วิธีที่ stem ต่าง ๆ จากมิกซ์ต้นฉบับถูกถ่ายทอดออกมาผ่านคอนโซล SSL แล้วนำกลับมาสร้างใหม่ผ่านปลั๊กอิน SSL มันน่าทึ่งมากสำหรับผม”


ที่ Starboard Audio ริชาร์ดใช้งานระบบ SSL virtual console ecosystem อย่างเต็มรูปแบบ โดยติดตั้งอุปกรณ์ SSL U Series ครบชุดภายในสตูดิโอ

ระบบของเขาประกอบด้วย UC1 plug-in controller, UF8 advanced DAW controller และล่าสุดยังเพิ่ม UF1 DAW control centre เข้ามาอีกด้วย

เขากล่าวว่าอุปกรณ์ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างประสบการณ์การมิกซ์ที่ต่อเนื่องและจับต้องได้จริง พร้อมทั้งดึงศักยภาพของ workflow แบบ virtual console ของ SSL ออกมาได้เต็มที่

ริชาร์ดกล่าวว่า

“จาก controller ทุกตัวในตลาด ผมคิดว่านี่ดีที่สุดแล้ว ทั้งรายละเอียด ฟีเจอร์ และคุณภาพการประกอบ เหนือกว่าคู่แข่งทั้งหมด”

เขายังกล่าวอีกว่าอุปกรณ์เหล่านี้ถูกสร้างมาให้ใช้งานได้ยาวนาน



U Series controllers เข้ากับวิธีการทำงานของริชาร์ดได้อย่างมาก เพราะเขาเริ่มต้นอาชีพจากการทำงานกับคอนโซลอนาล็อก

เขากล่าวว่า

“ผมทำงาน automation ด้วยเฟดเดอร์เยอะมาก แทนที่จะวาดด้วยเมาส์ เพราะมันน่าเบื่อ ผมชอบใช้ความรู้สึกจากมือมากกว่า”

เขาใช้งาน UF8 แบบ 8 เฟดเดอร์ในการควบคุม automation และบอกว่าการทำ automation ผ่านเฟดเดอร์ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติกว่า โดยเฉพาะเวลาควบคุม master fade

เขายังบอกอีกว่าการมี UF1 ซึ่งมี master fader แยกเฉพาะ ทำให้เขาสามารถควบคุม bus rides ต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้นมาก



การใช้งาน UF1 และ Meter Plug-in

แม้เขาจะเพิ่งได้ UF1 มาไม่นาน แต่เขาบอกว่า“ผมชอบมันมากแล้ว”

เขาชอบที่มีปุ่ม transport controls แยกเฉพาะ และยังชอบ weighted scrub wheel ที่ให้สัมผัสการหมุนที่ดีมาก

UF1 มาพร้อม SSL Meter plug-in ซึ่งสามารถแสดงผลบนหน้าจอ IPS ขนาด 4.3 นิ้วในตัวเครื่อง

เขากล่าวว่า

“มันทำให้คุณเห็น meter อยู่ตรงหน้าเสมอ มันดีมากที่มี phase scope อยู่ตรงนั้นด้วย”

นอกจากนี้ hardware VU meter ที่ใช้งานร่วมกับ UC1 ก็มีความแม่นยำสูงมาก

เขาบอกว่า ถึงแม้ข้อมูลทั้งหมดนี้จะสามารถดูบนหน้าจอ DAW ได้ แต่ประสบการณ์การมิกซ์จะแตกต่างออกไปมาก เมื่อข้อมูลสำคัญทั้งหมดอยู่ตรงหน้าในระดับสายตา ผ่านหน้าจอเฉพาะของอุปกรณ์จริง


ริชาร์ดยังเป็นเจ้าของ SSL Fusion analogue colouration processor และกำลังมีแผนจะเพิ่ม THE BUS+ compressor เข้าไปใน rack ของเขาอีกด้วย

เขากล่าวว่าอีกหนึ่งสิ่งที่โดดเด่นใน SSL 360° คือ SSL Bus Compressor 2 plug-in

เขาอธิบายว่า

“อย่างแรกเลยคือมันใช้งานได้ดี และให้เสียงใกล้เคียงกับฮาร์ดแวร์จริงมาก”

เขาบอกว่าปลั๊กอินจากบริษัทอื่นหลายตัวอาจดูเหมือนฮาร์ดแวร์ภายนอก แต่เสียงไม่เหมือนของจริง

แต่สำหรับ SSL เขามองว่าปลั๊กอินของบริษัทสามารถถ่ายทอดเสียงและลักษณะการทำงานของฮาร์ดแวร์จริงออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก


ความรู้สึกแบบคลาสสิก กับการควบคุมแบบสมัยใหม่

ด้วยความที่ริชาร์ดรีมิกซ์งาน catalogue releases จำนวนมาก ทั้งในระบบ Dolby Atmos และ Stereo การมีเฟดเดอร์จริงให้ใช้งานจึงสำคัญกับทั้งตัวเขาและลูกค้าที่เข้ามาทำงานในสตูดิโอ

เขากล่าวว่า

“ลูกค้าหลายคนของผมเคยใช้งานคอนโซลจริงมาก่อน พวกเขาไม่รู้สึกสบายใจกับการมิกซ์ผ่านเมาส์”

พวกเขาต้องการมีอุปกรณ์ให้สัมผัสจริงใต้ปลายนิ้ว และเขามองว่าความรู้สึกจากการจับปุ่มและเฟดเดอร์ยังคงเป็นสิ่งสำคัญโดยธรรมชาติ

ริชาร์ดพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า

“ถ้าไม่มี SSL controllers พวกนี้ สำหรับงานที่ผมทำอยู่ ผมคงลำบากมาก”


ริชาร์ดมีชื่อเสียงในด้านการ “Mix-matching” ได้อย่างแม่นยำ จนเหมือนเป็นนักโบราณคดีทางเสียง

เขากล่าวว่า เวลาทำงานกับอัลบั้มเหล่านี้ เขาจะค้นคว้าอย่างละเอียดว่าเพลงถูกมิกซ์ที่ไหน ใช้คอนโซลอะไร และในห้องมีอุปกรณ์อะไรบ้างในเวลานั้น

ถ้ามี recall notes เหลืออยู่ เขาก็จะศึกษาทั้งหมดเช่นกัน

ผลลัพธ์คือ เขาสามารถสร้างมิกซ์ใหม่ที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับได้มาก จนระดับเสียงต่างกันเพียงเศษเสี้ยว dB เท่านั้น


หนึ่งในโปรเจกต์ Dolby Atmos ที่เขาชอบที่สุดคือการรีมิกซ์ครบรอบ 10 ปีของอัลบั้มแรกของ Kiasmos ซึ่งเป็นโปรเจกต์ของ Ólafur Arnalds และ Janus Rasmussen

นอกจากนี้ยังมีอัลบั้ม Small Changes ปี 2024 ของ Michael Kiwanuka และอัลบั้ม Fly from Here ปี 2011 ของวง Yes ที่มี Trevor Horn เป็นนักร้องนำ

ริชาร์ดกล่าวว่า

“อัลบั้มของ Yes สนุกมาก เพราะมันเปิดโอกาสให้ทดลองอะไรที่ immersive ได้เยอะกว่า”

เขายังบอกอีกว่า งานเหล่านั้นเดิมถูกมิกซ์ผ่านคอนโซล SSL ที่สตูดิโอ Sarm และเมื่อเขารู้ว่าใช้คอนโซลตัวไหน ทุกอย่างก็เหมือนอยู่ตรงหน้า ทำให้งานของเขาง่ายขึ้นมาก


สำหรับริชาร์ด วิทเทเกอร์ การมิกซ์ Dolby Atmos ไม่ใช่เพียงการทำให้เสียงล้อมรอบผู้ฟังเท่านั้น แต่คือการรักษาอารมณ์ คาแรกเตอร์ และจิตวิญญาณของมิกซ์ต้นฉบับเอาไว้ให้ได้มากที่สุด

และสิ่งที่ช่วยให้เขาทำแบบนั้นได้ ก็คือระบบการทำงานของ SSL ที่รวมความรู้สึกแบบคอนโซลคลาสสิกเข้ากับ workflow สมัยใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ


ขอบคุณข้อมูลจาก :

ความคิดเห็น


ห้องอัดเสียง Vintage Studio กรุงเทพมหานคร

จำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับการอัดเสียงคุณภาพ

CONTACT US

35 Udomsuk27 Sukhumvit 103 Bangkok 10260 Thailand

086-774-0077, 085-019-1915

  • Facebook
  • Instagram
  • YouTube
  • TikTok
  • Line

FB: @vintagestudiothailand

FB: @BtwinsSSL

Line ID: @vintagestudio

SSL Logo Small.jpg
bottom of page